ยาทันใจ

posted on 04 Nov 2009 23:59 by kiennews

                                                         

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

....                                                        บางลี่ - สองพี่น้อง สุพรรณบุรี

 

                                                            " จิตที่ฝึกดีแล้วนำสุขมาให้ "

                                                                              พุทธพจน์

...

..

.

 

            ความห่างไกล และความเหงาทำร้ายใจใครสักคนได้ไม่น้อย

    จนบางครั้งก็ทำเราเหม่อลอย ไม่เป็นอันทำอะไรบ้าง ในบางวัน

 

          ในคืนหนึ่งขณะที่ใจเริ่มปลดปลง... จนมีสติคิดได้

          ผมคว้าปากกามาจดบันทึกความคิดไว้ในสมุดบันทึกประจำวันกันลืม...

 

          ทำไมเราต้องคอยแต่วันที่ได้เจอกันเดือนละสอง-สามวันถึงมีความสุข

 ทำไมเราไม่เลือกที่จะมีความสุขได้ทุกวัน 

           ทำทุกวันให้มีความสุข ได้ไหม

          เราต้องบำรุงร่างกายด้วยหยูกยาอาหารให้ร่างกายอยู่ได้ สบายดี

         แต่กับเรื่องข้างใน ควรรู้ว่าสุข ทุกข์..นั้นอยู่ที่เท่าทันปัจจุบันแค่ไหน

ดูใจตัวถ้วนถี่ดีหรือยัง

         ยาของใจ ชื่อน่าจะคล้าย ๆ ยาโบราณที่ชื่อ "ทัมใจ" 

         ทันใจ...เพื่อ ทำใจ

         ถ้าเรารู้เท่าทันใจ... ก็คงจะทำใจทัน

         อาจจะเป็นการทำในแบบเซน...ที่ว่ากันว่า

         ทำโดยไม่ได้กระทำใด ๆ 

        อาจจะเป็นเพียงการหยุด...อารมณ์ให้เป็น

         หยุดให้เห็นความว่าง...

        แม้จะยังเห็นได้บ้างเพียงชั่วครั้งคราวก็ยังดี

        เมื่อใจเราขยับเข้าใกล้ความสงบ ก็คล้ายรถขยับเข้าเกียร์ว่าง

        ขยับเกียร์หัวใจให้ว่าง ๆ ให้รถของเราได้หยุดพักบ้าง

        เพราะบางทีเราก็ไม่รู้ว่า เราจะรีบห้อตะบึงไปหาความสำเร็จอะไรทำไมหนักหนา

        หากเราบอกตัวเองได้ว่า 'ความสุข' มันเกิดขึ้นตอนเรารู้จัก ' พัก..' อยู่นิ่ง ๆ

        หาใช่การตั้งหมุดหมายปลายทางสู่แห่งหนตำบลใดไม่

        เมื่อเราต่างปักธงลงที่ใจ... ความสุข สงบ ก็ไปถึงได้..

        ในวันนี้... ที่นี่... ทันที

 

 

 

ปล. ช่วงนี้ผมเพิ่งทำธุรกิจเครือข่าย เกี่ยวกับสุขภาพเจ้าหนึ่ง ตัดสินใจทำเพราะเห็นพ่อ

แม่ใช้แล้วดี ผมก็ลองเปิดโลกทัศน์เข้าไปสู่ทิศทางใหม่ ๆ ในชีวิตดู... รู้ว่าคงไม่ง่าย

ได้คำตอบคร่าว ๆ มาบ้างแล้วว่า โลกนี้ไม่มีอะไรฟรี หากต้องการทุนรอนมาจัดการ

เปลี่ยนแปลงชีวิตข้างหน้า ก็ต้องเหนื่อยหนัก ไม่ต่างกัน ไม่ว่าจะทำอะไร อยากมาก ก็เหนื่อยมาก

        ในความเหนื่อยอ่อนกังวลบนเส้นทาง ล้วนผสมปนเปไปทั้งเรื่องการงานและความ

รัก ในวันที่ผมวุ่นวายใจมาก ๆ วันหนึ่ง ผมจึงคิดและเขียนเรื่องนี้เอาไว้เตือนใจตัวเอง

    

     ( เออ... แต่ถ้าทางมันยังลาดชันนัก เราอาจต้องใช้เกียร์ต่ำขับดันกันต่อไปนะ )

     

      ว่าแต่ตอนนี้หอมกลิ่นหน้าหนาวแล้ว ดูแลสุขภาพกันด้วยนะครับ

       ที่เชียงใหม่หนาว...วววแล้ว 

 

 

edit @ 5 Nov 2009 01:37:20 by เขียนเอง

 

edit @ 11 Nov 2009 15:54:50 by เขียนเอง

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ช่วงนี้หนาวแล้ว รักษาสุขภาพด้วยนะค่ะ

big smile big smile

#1 By ทะเลน้ำขุ่น on 2009-11-05 01:37

"แต่ถ้าทางมันยังลาดชันนัก เราอาจต้องใช้เกียร์ต่ำขับดันกันต่อไปนะ"
หรือไม่ก็อาศัยความถึกค่ะ เข็น....big smile
รักษาสุขภาพด้วยนะคะ

#2 By bee_jung on 2009-11-05 02:27

คิดถึงเชียงใหม่จัง

คิดถึงเชียงรายด้วย แม่บอกว่าหนาวววว แล้ว


ช่วงนี้เบนก็อยู่ในช่วงซ่อม บำรุง แม่เหมือนกัน


ยังไม่ทันทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน พอหันกลับไปดูอีกที

อีกคนก็แก่แล้ว


จนไม่แน่ใจว่า จังหวะก้าวเดินช้า ช้า แบบนี้ เขาจะอยู่รอเราไหม


และถ้าไม่มีเขา เบนคงเหมือนว่าว ที่สายป่านขาด


ขอให้บุญรักษา และพ่อแม่มีสุขภาพที่ดีนะพี่


รักษาสุขภาพด้วย question

#3 By เบน on 2009-11-05 08:03

รู้เท่าทันใจ..

อยากทำให้ได้ทุกขณะ..
big smile open-mounthed smile

รักษาสุขภาพเช่นกันนะคะ..

big smile

#4 By 1411 on 2009-11-05 09:22

กรุงเทพฯก็หนาวค่ะ..ดูแลสุขภาพด้วยนะคะ
คุณว่าไม๊..หน้าหนาวมันมักจะมาพร้อมกับความเหงาจนบางทีก็แยกกันไม่ออกเลย..big smile

#5 By jEn(a lOt lOst) on 2009-11-05 14:38

Hot! Hot!

#6 By iDoi* on 2009-11-05 19:20

ภาพสวยมากครับ

มีโอกาสอยู่เชียงใหม่เราอาจได้เดินสวนกัน big smile

#7 By จีน (124.120.5.32) on 2009-11-06 16:27

นั่นสิ เป็นช่วงเวลาเอาพ่อแม่เข้าโรงซ่อมกันเลยทีเดียววัยเรา
คุณแม่เพิ่งไม่สบายค่ะ
เป็นเส้นเลือดตีบในสมองประกอบกับความดันสูง
ผลก็คือทำให้เคลื่อนไหวไม่ได้ไปทั้งซีกซ้าย

เชื่อมั้ย ดิฉันไม่เคยเชื่อว่าในชั่วชีวิตนี้พ่อแม่จะแก่ได้
เหมือนที่พ่อแม่จะคิดเสมอว่าเราอายุเก้าขวบตลอดเวลาเช่นกัน
แม่คนที่ร่าเริงสุดๆ พอเธอทำอะไรไม่ถนัดทำให้ยิ่งหวั่นวิตกกว่าความจริงที่เป็น
การที่สักครั้งในชีวิตได้เป็นคนที่แม่รู้สึกว่าพึ่งพาได้มันทั้งดีและไม่ได้
รู้สึกเก่งกาจ แต่ก็รู้สึกไปว่า การเสื่อมของร่างกายนี่น่ากลัว
เกิดมาไม่เคยกลัวแก่เลยนะในชีวิต แต่ไม่อยากป่วย
ทอดสายตาเห็นแม่ดูแก่ลงไปถนัดตาชั่วระยะเวลาเพียงไม่ถึงเดือนแล้วสะท้อนใจ
เหมือนตัวเองละเลยท่านกว่าที่ควรเป็น

เป็นช่วงที่ว้าวุ่นที่สุดในชีวิตก็ว่าได้
เหนื่อยเกือบลืมหายใจเลยทีเดียว
ยังดีที่มีคนช่วยคิด ช่วยให้สติ ไม่งั้นคงรอด(จากอาการสติแตก)ยาก

บุญรักษาค่ะ
(เลียนแบบเบนเลย)


:-D อ่านไป ยิ้มไปนะเนี่ย
อ่านแล้ว คิดได้

ทั้งที่วันนี้จิตใจไม่เป็นสุขทั้งวันเลยล่ะค่ะ