เบา-หวานกันหน่อยไหม
posted on 22 Jul 2009 01:08 by kiennews
cappuccino coffee alley 2008
...
.
บ่อยครั้ง ที่จังหวะการเต้นของหัวใจผมดูสับสน
แม้จะรู้ว่าบางหนเป็นอิทธิพลของกาแฟ
แต่ที่สุดแล้วผมก็แน่ใจว่า...ต้องใช่เธอ
เพื่อนคนหนึ่งเคยบอก หากอยากรู้ว่าใครน่าจะเป็น 'คนพิเศษ' ของเรา ให้ขอจับมือเขาดู คนที่ทำให้หัวใจเราเต้นผิดจังหวะไป นั่นแหละใช่เลย
หัวใจเธอเต้นจังหวะไหนไม่รู้ รู้แต่เธอทำให้หัวใจผมเต้นแรง... ไม่ต่างกับลมหายใจหอบถี่บ่อยเกินไปเมื่อใกล้เธอ
แต่เมื่อต้องอยู่ไกลห่างกัน ระยะทาง 700 กิโลเมตร ก็ถูกทำให้สั้นลงได้ด้วยคลื่นโทรศัพท์มือถือ
เธอยังทำให้ใจผมเต้นแปลกไปได้อีก เมื่อยินเสียงปลายสายของเธอ
ไม่หวาน... ถ้าเป็นผลไม้ เสียงของเธออาจรสขมฝาดหน่อยๆ ด้วยซ้ำ
น่าจะคล้ายรสผลมะขามป้อม ที่กัดลงไปจะออกเปรี้ยวขม-อมฝาดทันที แต่ก็มีรสหวานชุ่มคอตามมาภายหลัง น่าพิสมัยก็ตรงนี้ มันเป็นรสชาติที่ไม่เลี่ยนคอพอดี เผลอจะทำน้ำลายสอเสียอีกต่างหาก
การรอคอยที่จะได้คุยกัน กลายเป็นเหมือนช่วงไฮไลต์ประจำวันของผม
และด้วยเงื่อนไขค่าโทรฯที่ถูกลง เราคุยกันได้มากขึ้นและถี่ขึ้น เราสนิทกันมากขึ้น เร็วขึ้นกว่าเมื่อสมัยเครื่องส่งข้อความ-เพจเจอร์ครองเมือง
คิดถึงยามตื่น และคุยกันจนแทบง่อยเปลี้ยเสียขา... แทบจะผลอยหลับไปคามือถือในบางค่ำคืน
บ้างบางที เราอาจทำกระบวนท่า และจังหวะเวลาในการดำเนินชีวิตเสียหายไป
จนเธอเริ่มกังวลถึงผลดี-ผลเสีย ว่าเราคุยกันมากไปไหม ก็ช่วยคิดกันไปไม่น้อย
สติ...เริ่มจำเป็น หากเราต้องการทบทวนอารมณ์ของคนใจอ่อนสองคน
ถึงผมจะเห็นโลกมาก่อนเธอไกล แต่ในใจ บางทีเราก็วูบไหวไม่ต่างกัน
ผมดีใจ เมื่อนึกได้ว่าครั้งหนึ่งเธอเคยให้พรผมก่อนนอน...ด้วยคำว่า ‘สติ’
ผมเคยถามว่า ถ้าผมมีสติ แต่ไม่มีสตางค์ เธอจะยังยินดีคบผมไหม
“ก็เอาสติ ไปหาสตางค์สิ”
เออ... เธอตอบได้น่าคิด จนฉุด ‘สติ’ ผมกลับมา
.........................
ผมชอบกินกาแฟ – เธอชอบกินชาเย็น แต่ผมก็เริ่มเห็นเธอเลียบๆ เคียงๆ เมียงมองมายังถ้วยกาแฟของผมบ่อยขึ้น ขณะที่บางหนผมก็ทนต่อกลิ่นชาเย็นของเธอไม่ไหว เราจะแลกถ้วยกันดื่มบ้าง จะเป็นไรไป
ถ้าผสมกลมกล่อมเราอาจได้เครื่องดื่มใหม่เป็น 'ชาแฟ' ก็เป็นได้ คงหอมอร่อยดีเหมือนกัน
เรื่องเครื่องดื่ม... ปัญหาคงไม่ใช่ชนิดและรสนิยม แต่อาจเป็นเรื่องขมหวาน...
ผมคิดว่าช่วงนี้เราอาจใส่น้ำตาลกันมากเกินไป
เธอน่ารัก...ที่เป็นฝ่ายห้ามปราม ให้ผมซึ่งเริ่มติดรสหอมหวานแบบชาเย็น รู้จักชั่งใจ...ว่าจะใส่น้ำตาลในถ้วยใหม่เท่าไหร่ดี
ถ้าเราหยุดหวาน... หยุดน้ำตาลบ้าง... สุขภาพใจเราอาจสมดุลขึ้นก็เป็นได้
ผมยังไม่อยากให้เราเป็นเบาหวานตอนนี้ ถ้ายังอยากกินดื่มอยู่ข้างกันไปนานๆ
บางที... เราคงต้องควบคุมน้ำตาลกันบ้าง
และตอนนี้เรากำลังพยายามอดอาหารล้างพิษ...
เพื่อชีวิตจะได้กลับสู่รสชาติ... ที่พอดีอีกครั้ง
edit @ 22 Jul 2009 12:02:21 by เขียนเอง
edit @ 5 Nov 2009 03:43:58 by เขียนเอง

หากแต่อย่าลดความหวานในหัวใจนะคะ
+++
ปล.อู๊ยยย มดกัดดดดดด
#1 By Variety-Phet on 2009-07-22 01:23