เรียนดี ไม่เรียน(ก็)ดี

posted on 13 Feb 2007 20:38 by kiennews

'เปอร์'final score-2007(ภาพจากหนัง)

 

ช่วงเวลาที่หอมหวานที่สุดของชีวิตเราอยู่ในวัยไหน...

สำหรับผมคงจะเป็นช่วงตั้งแต่ขึ้นชั้นม.4 จนกระทั่งเรียนมหาวิทยาลัยในปี1-2 (ส่วนปี3-4ยิ่งใกล้จบยิ่งไม่ค่อยสนุกมากเท่าไหร่แล้ว) ตอนขึ้นชั้นม.ปลายและเป็นครั้งแรกในชีวิตที่ผมจะได้เรียนร่วมชั้นกับหญิงสาวนั้น ผมงกๆเงิ่นๆไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะพูดแทนตัวเองอย่างไรดีเวลาต้องเปิดฉากพูดคุยกับสาวๆ ในห้อง จะฉันหรือเค้า เราหรือผม เป็นงงจริงๆ

ช่วงชีวิตระหว่างนั้นเมื่อได้มองย้อนกลับไปทีไร มันช่างมีหลายสีสรร หลากอารมณ์เหลือเกิน เผลอๆเราอาจทั้งหัวเราะ และหลั่งน้ำตาให้กับมันได้พร้อมๆกัน เมื่อตกลงไปในภวังค์ของอดีตเก่าๆเหล่านั้น

หนังเรื่องหนึ่งที่เพิ่งได้ดูฉุดดึงความทรงจำหลากหลายในวัยเยาว์นั้นให้หวนคืนมาในห้วงความทรงจำอีกครั้ง ในรายละเอียดของเรื่องราวอาจมีผิดแผกแตกต่างตามยุคสมัย แต่ผมคิดว่าความรู้สึกบางอย่าง รับรู้ สัมผัสได้คล้ายๆกัน

หนังเรื่อง Final score- 356 วันตามติดชีวิตเด็กเอ็นฯ หนังที่สะท้อนชีวิตจริงของเด็กหนุ่ม ซนๆกลุ่มหนึ่ง ที่ต้องเคี่ยวกรำตัวเองในปีสุดท้ายให้ผ่านสมรภูมิของการสอบระดับประเทศที่มีสัดส่วนผู้ชนะเพียงแค่หยิบมือหนึ่งจากทั้งหมดเท่านั้น หลังจากหนังจบ ไม่ต้องอ้างอิงบทวิจารณ์ให้ไขว้เขว ผมตัดสินตามความรู้สึกได้ทันทีว่าหนังเรื่องนี้เป็นเรื่องหนึ่งที่เข้าขั้น"ประทับใจ"

กับใครหลายคน ด้วยวันวัยที่พ้นผ่าน วันนี้เราอาจเริ่มหลงลืมไปแล้วว่าเราเคยรู้สึกปั่นป่วนเช่นไรเมื่อครั้งอยู่ในวัยเดียวกับเหล่าเด็กหนุ่มในหนังสารคดีเรื่องนี้ วันที่เราบางคนยังคงเถียงกับพ่อ ทะเลาะกับแม่ได้คำต่อคำ บ้างก็อกหักรักคุด เรียนตกกันมาเหมือนๆกัน(อย่างน้อยก็ผมล่ะ)

เหมือนฝันไป.. ไม่นาน ผมยังคงจำภาพที่ต้องทนเคี่ยวเข็นตัวเองให้ท่องอ่านตำราเล่มโตๆ เพื่อ "จำ" ไปสอบอยู่หลายเดือน ทุกเย็นที่โต๊ะตัวนั้นในโรงเรียนกวดวิชาใกล้บ้าน

ตอนที่พวกเปอร์กับเพื่อนๆ ในเรื่องพากันไปเที่ยวทะเลหลังสอบเสร็จ มันก็ทำให้ผมเห็นภาพตัวเองไปเที่ยวทะเลกับกลุ่มเพื่อน ม.ปลายครั้งสุดท้าย ที่เกาะช้างเมื่อหลายปีก่อนได้ชัดนัก

บ่ายหนึ่งที่บังกะโลริมหาดวันนั้น แม้บรรยากาศจะกลายเป็นสีเทาหม่นไปแล้วจากม่านฝนที่กระหน่ำเทลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตา เราอาจมาผิดฤดู แต่แทนที่เราจะนั่งจับเจ่าอย่างเหงาๆในบังกาโล เพื่อนคนหนี่งเลือกเตะบอลสาดยาวออกไปไกลยังชายหาด หลังจากนั้นที่ชายหาดจึงมีเงาของไอ้หนุ่มบ้าๆห้าหกคนไล่เตะลูกกลมๆกันอย่างเมามันท่ามกลางสายฝนนั้น และนั่นคงเป็นครั้งสุดท้ายที่ผมได้เตะบอลกับพวกมันอย่างสนุกเถิดเทิงที่สุดในชีวิต

ถ้าเพื่อนคนหนึ่งไม่เริ่มเตะบอลและวิ่งนำออกไป เราคงไม่รู้รสของการเล่นบอลท่ามกลางสายฝนริมชายหาดว่ามันสนุกและเย็นสบายแค่ไหน เท้าเปลือยเปล่าที่ย่ำไปบนลานทรายชุ่มฝนก็นุ่มเท้าดี จะล้มจะกลิ้งแต่และทีก็ไม่มีใครเจ็บตัว เผลอๆจะนอนเหยียดยาวไปเสียเท่านั้น

...หลังจากดวลแข้งกันไปสักพัก ก็มีคนมาขอเล่นกับพวกเรา วันนั้นถ้าจำไม่ผิดผมซัดเข้าประตูไปสองลูกจากสิบลูกที่พวกเรายิงฝ่ายตรงข้ามได้ เราชนะไปท่วมท้น แต่แพ้ชนะคงไม่สำคัญเท่าความสุขมวลรวมของพวกเราในบ่ายวันนั้น

ในหนัง... ฉากเปอร์กับเพื่อนๆ เล่นฟุตบอลริมชายหาด ร้องเล่นเต้นสนุกกัน ทำเอาใจผมลอยไปถึงเพื่อนๆที่ต่างกระจัดกระจายไปไกลกัน และตอนค่ำที่ริมหาดนั้นเองลุงเด็กหนุ่มขี้สงสัย โยนคำถามหนักๆ เข้าไปในวงเพื่อน