จะใช้ยา..หรือ อาวุธ..

posted on 12 Jan 2007 21:19 by kiennews

Zhangziyi The Banquet -2005

...

...

จากเหตุระเบิดที่ไม่มีใครคิดฝัน ในวันที่เราต่างน่าจะมีความสุขกันมากที่สุดวันหนึ่ง

เรื่องน่าเศร้าผ่านไปกับการบาดเจ็บล้มตาย บาดแผลของคนเหล่านั้นอาจหายได้ แต่แผลที่ฝากไว้ในใจผู้คนนั้นสาหัสนัก

แต่บางทีผมคิดว่าเราอาจจะเข้าใจถึงหัวอกของชาวบ้านที่อยู่ท่ามกลางความหวาดกลัวทางภาคใต้ได้มากขึ้นเช่นกัน มันเป็นความกังวล ปนหวาดระแวงที่เราไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร ใครเป็นใครกันแน่ และวันนี้ มันเกิดขึ้นแล้ว ที่นี่.. กรุงเทพฯ

ผมนึกไปถึงหนังจีนเรื่องหนึ่งที่เพิ่งออกโรงไป นำแสดงโดยดาราสาวที่ดังที่สุดของจีน หนังเป็นเรื่องของโศกนาฎกรรมความรักในรั้วในวัง ที่เกี่ยวพันถึงความเป็นไปในบ้านในเมือง
ฉากหนึ่งที่นางเอกซึ่งเป็นพระมเหสีลอบออกจากวัง ไปหาซื้อยาพิษจากพ่อค้าที่เชี่ยวชาญที่สุดในเรื่องยาพิษ นางต้องการวางยาสังหารจักรพรรดิ์ผู้จงรักภักดีต่อเธอ แต่เธอก็ยังตัดใจจากองค์รัชทายาทที่เคยรักกันไม่ได้
แล้วนางก็ได้ยาพิษชนิดหนึ่ง ที่ปริมาณเพียงปลายเล็บเขี่ยก็ทำให้คนหนึ่งคนสิ้นใจได้ในไม่กี่อึดใจ เป็นยาพิษที่นับได้ว่าร้ายกาจที่สุดที่พ่อค้าเคยมี
ด้วยความสงสัยนางจึงคงถาม พ่อค้าอีกว่ายังมียาพิษตัวไหนที่แรงกว่านี้อีกไหม

พ่อค้านิ่งไปอึดใจหนึ่ง "มีสิ"

" พิษอะไร "

" ใจคน.."

ถ้าอาวุธที่แท้จริงอยู่ที่ใจ แล้วทุกวันนี้เขาเอาอะไรไปสู้กับผู้ก่อการร้าย

พิษอยู่ในจิตใจ จนใจเป็นพิษ เราจะควรจะใช้ยาแก้พิษอะไรดี

จะใช้ยา..หรือ อาวุธ..

...

..

ปล.

...เอารูป จาง จื่อ อี๋ มาให้ดูอีกนิดแล้วกัน

เป็นรูปขาวดำก็งามดีนะ..



edit @ 2007/01/12 22:06:40
edit @ 2007/01/12 22:08:35

Comment

Comment:

Tweet

#13 By นร (58.10.12.243) on 2007-08-30 13:21

สวัสดีค่ะพี่เขียน
แวะมาทักทาย งานยุ่งมากเหรอคะ สู้ๆ เข้านะ เหนื่อยบ้างท้อบ้าง แต่การทำงานทำให้ชีวิตเรามีความหมายค่ะ

อืมม จางจื่ออี๋นี่น่ารักน่าหยิกดีจริงหนอ...แม้หนูจะชอบความใสบริสุทธิ์แบบใน the road home มากกว่า เฮ้อ อย่างว่าแหละนะ เราจะหยุดยั้งความเปลี่ยนแปลงได้ยังไง

#12 By นา (125.24.50.165) on 2007-02-11 19:21

ท่าทางพี่เขียนจะงานเยอะจริงๆ

อืมๆ
สู้ๆ ครับพี่

#11 By ยีน (203.118.74.85) on 2007-02-07 14:57

เขียน--

ตกยุคไปมั้ยเนี่ย มาชวนเล่นบล็อกแท็กจ้า

อ่ะแปะโป้งเขียนนะ

#10 By jOylUckClUb on 2007-01-20 19:57

สวัสดีจ้ะเขียน

ดีใจที่กลับไปแล้วได้เจอกัน
ขอบคุณมากสำหรับหนังสือ

แล้วคุยกันนะ
เข้ามาชมความงามของ จาง จื่อ อี๋ โดยเฉพาะ

งามแต๊ งามว่าน้อ คริกคริกคริก

ป.ล. อ่ะตอบคำถามซะหน่อย เดี๋ยวจะว่าไม่มีสาระเน่อเขียนเน่อ

ใช้ยาใจเป็นอาวุธ ดีมะ
แบร่ร่ร่ร่

#8 By jOylUckClUb on 2007-01-16 18:14

พิษอะไรจะร้ายเท่าใจคน
ใจที่คิดร้าย ทำได้ทุกอย่าง
แม้แต่ฆ่าคนที่บริสุทธ์ก็ทำได้



#7 By อุ๋ย (124.120.25.104) on 2007-01-13 16:54

เราเปลี่ยนทริปแล้ว เปลี่ยนเป็นไปตลาดน้ำอัมพวากะษร ผึ้ง สุ หมวย เร วันเสาร์ อาทิตย์ 27-28 มกรานี้ ค้างบ้านเรามั้งหรือไม่ก็โฮมสเตย์ ไปด้วยกันเหอะ ชาวอ่างแก้ว อิอิ

#6 By สวัสดี on 2007-01-13 02:39

ไม่รู้ว่าอะไรเหมือนกันนะ
ที่ทำให้เมืองพุทธ หรือเมืองที่มีวัฒนธรรมงดงามนี้
เปลี่ยนแปลงไปได้ขนาดนี้

อำนาจ ชื่อเสียง หรือ เงิน .... ?

มนุษย์ตกเป็นเครื่องมือของมนุษย์ด้วยกันเอง และยังทำลายล้างกันเองอีกด้วย

คิดถึงคนสมัยก่อนไว้ดีกว่า
ที่ช่วยกันรักษาบ้านเมืองไว้ให้เรา
ดังนั้น อย่าตีกัน !

#5 By แสงแดด on 2007-01-12 22:59

เม้นกันไวดีจัง..

hasana ..ผมยังไม่ลืมเรื่อง tag นะ
แต่ยังนึก บ่..ออกอะ แหะๆ

คุณจูน ตอบได้ใจมากครับ
ผมหวังเพิ่มไปอีกว่าถ้าเราจะสามารถเพาะกล้าแห่งความรักเข้าไปในใจผู้คนได้มากขึ้นคงจะดีนะครับ
ช่วยกันปลูกนะครับ คนละไม้ละมือ..

#4 By เขียนเอง on 2007-01-12 22:14

เราเองก็ไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไรแล้ว

แต่เราก็ไม่เชื่อข่าวอยู่ดี

#3 By hasana on 2007-01-12 22:05

เราคิดว่าบางทีความกลัว
เมื่อมันเพาะเมล็ดในใจคนแล้วยิ่งน่ากลัว
ช่วงแรกๆที่เกิดเรื่องทางนี้ ทางใต้

เราไม่รู้ว่าใครเป็นใคร

คนที่แต่งกายบ่งว่านับถือในศาสนาไหน
แว่บหนึ่ง เราจะรู้สึกสะดุดในใจ
แล้วอีกแว่บก็ตามมา รู้สึกละอายที่คิดไม่ดีกับมนุษย์อื่นๆ
เหมือนประทับตราเขาเสียตั้งแต่ต้น

ฉันว่าสิ่งที่ดีที่สุดมิใช่ปราการแข็งแรงรอบตัวเราหรอกเขียน
เราว่ามันคือการเพาะปลูกต้นไม้ของความสำนึกคิดในใจคน

เราบังคับให้ใครคิดเช่นเราไม่ได้
ต่างคนต่างก็มีเหตุผลของตัวเอง มีสิทธิ์ที่จะร้องบอกผู้คนถึงความคิด
แต่ความสำนึกในใจควรจะรู้ว่า ไม่มีสิทธิ์ทำร้ายชีวิตอื่น

อย่าปล่อยให้ต้นไม้แห่งความหวาดกลัวเติบโตในใจ

นั่นแหล่ะ ยาแก้พิษ

(เรียกเสียสนิท เพราะใช้สิทธิ์การเป็นเพื่อนของนุช เอิ๊กๆ)
เรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมด..คนที่ทำสารเลวมากมายอ่ะ
เนอะๆ