ออกมาเต้นๆ เด็ดขาดลีลาไปเลย..
posted on 08 Nov 2006 03:46 by kiennews
Palmy....... dance impact 5- 8- 49
Plamy in concert
""
"
คุณยังจำอารมณ์ที่คุณได้เต้น..กระจายอย่างไม่มียางอายครั้งสุดท้ายได้ไหม..
ผมจำได้ว่าตอนที่อ่านหนังสือ "วันอังคารแห่งความทรงจำกับครูเมอรีย์"ผมประทับใจกับเรื่องเล่าของครูที่ชอบเต้นรำอย่างเปี่ยมสุข ทุกครั้งที่มีโอกาสและไม่เคยอาย!จำได้ว่ารูปถ่ายขาวดำในหนังสือนั้นมีรูปหนึ่งที่มีคนถ่ายคุณครูไว้ในอาการเต้นรำใบหน้าบอกถึงห้วงของการปล่อยคลายอารมณ์อย่างเต็มที่
นึกถึงเมื่อตอนเด็กๆเพิ่งแตกหนุ่มที่เพื่อนๆ เริ่มชวนกันไปทำความรู้จักกับเทค-ผับ เหล้า-บาร์
เพื่อนเกือบทุกคนต้องรอให้เมาก่อนถึงจะยอมลุกจากเก้าอี้..มาขยับแข้งขาโยกคลอนตัวไหวไปมาตามจังหวะเพลงโดนในเทค..ซึ่งเต็มไปด้วยคนเมาแล้ว..เต้น เต้นตอนเมา (และยิ่งเต้นยิ่งมาว..ว)
ไม่เมาไม่กล้าเต้น..
ไม่ใช่เรื่องผิดบาป หรือผิดปกติอะไรทั้งคนลุกเต้นก่อนเมา หรือหลังเมาคนเราย่อมถูกสร้างมาให้แตกต่างกันในขีดจำกัดของการแสดงออกทางอารมณ์และหนทางการปลดปล่อย
บางคนจึงเลือกที่จะจมจ่อมอยู่กับพนักเก้าอี้.. ดื่มๆๆ จนฟุบไปกับขวดเหล้าและไหล่เพื่อน
กับบางคนเลือกที่จะปลดปล่อยร่างกายให้ผสมกลมกลืนเข้ากับจังหวะดนตรี
ผมเป็นคนประเภทที่สองและเนื่องจากไม่กินเหล้า(อนึ่ง..ผมแพ้เหล้า และยอมที่จะแพ้มันด้วยความสัตย์จริงไม่ได้เล่นลิ้น หรืออยากโชว์หญิง) ถ้าคนจะเต้นจำเป็นต้องเมา แค่น้ำเปล่าหรือโค้ก(ออนเดอะร็อค) ผมก็เมาแล้ว ...
เมื่อคืน(ก็เมื่อกี้เอง..)ผมชวนน้องในออฟฟิศและน้องฝึกงานที่สนิทกันไปฟังเพลงที่ร้าน "Adhere BlueBar" ตรงเชิงสะพานบางลำพู ผมเคยมาถ่ายรูปสัมภาษณ์นักร้องที่ร้านนี้เป็นงานชิ้นแรกของผมในกรุงเทพเมื่อสองปีก่อนหลังจากนั้นผมก็เคยมีโอกาสได้มาร้านนี้อีกบ้าง สักสองสามครั้ง
จู่ๆ ผมก็นึกอยากฟังเพลงจากน้ำเสียงของ "จอร์เจีย" นักร้องนำที่ร้านนี้ ซึ่งเธอร้องเพลงแนวบลูและแจ๊สได้ถึงใจพระเดชพระคุณมาก แถมยังเอนเตอร์เทนผู้ชมเป็นเยี่ยม แม้ผมจะรู้เรื่องเพลงน้อยมาก (เรียกว่าไม่รู้ดีกว่า) แต่ก็คิดว่าศิลปแขนงใดก็ตามหากใจเราสำผัสได้ถึงความงดงามคนเสพก็ไม่จำเป็นจะต้องรู้หรอกว่าทฤษฎีเป็นอย่างไรไม่ใช่หรือถึงผมไม่รู้ว่าความไพเราะสุนทรีย์เป็นสากลอย่างไรแค่ผมรู้ใจของผมและคนรอบข้างให้พอที่จะเอาใจกันได้บ้างก็คงพอแล้วกระมัง
และไม่ว่าใครจะดื่มไม่ดื่มผมไม่รู้แต่ถ้าชอบฟังเพลง ผมมักจะแนะนำร้านนี้ให้เป็นหนึ่งในตัวเลือกเสมอ
คืนนี้ผมคงผิดหวังเล็กน้อยเมื่อพบว่าวงที่เล่นภายในร้านไม่มี"เจอร์เจีย"ยืนอยู่ข้างหน้า กลายเป็นนักร้องชายผิวเข้มร่างกำยำแต่งตัวแบบเรกเก้กับวงใหม่ที่ผมไม่รู้จัก
" เจอร์เจีย มาวันพฤหัส ถึงอาทิตย์ " สาวเสริฟในร้านบอก
.......................
ผมนั่งฟังเพลงคลอไปกับโค้ก-น้ำแข็งเปล่า ส่วนน้องๆเปิดเบียร์สิงห์คนละขวด
ผนังร้านสีเหลืองอ่อนมีรอยหลุดร่อนตามอายุกรอบรูป ของประดับต่างๆยังคงสวยในแสงสลัวสีวอร์มโทน ทั้งจากหลอดไฟ และแสงเทียนบนโต๊ะ
"ยังเหมือนเดิม" ผมนึกในใจฝรั่งยังคงเป็นแขกส่วนใหญ่ในร้าน แต่เมื่อนักร้องเปลี่ยน เพลงเปลี่ยนอารมณ์ก็เปลี่ยน..
เพลงวันนี้เป็นแจ๊ส ที่ร้อนแรงด้วยเสียงกีต้าร์โซโล่ในหลายจังหวะและมีมือคีย์บอร์ดที่พรมนิ้วไปบนคีย์อย่างคล่องแคล่วเมามันจนน้องที่ไปด้วยบอกว่ามองมือที่กดรัวคีย์บอร์ดนั้นแล้วตาลาย..
เพลงเพราะ.. มีพลังดูแล้วน่าจะเป็นวงที่ร้านเลือกมาเป็นอย่างดีแต่ถึงอย่างไรผมก็ยังคงนึกถึงเสียงที่สดสว่างของ"จอร์เจีย"เสียมากกว่าอาจเพราะอยากจะฟังอย่างผ่อนคลายกว่านี้
ไม่เป็นไร..อย่างน้อยในบางช่วงที่เพลงเข้าจังหวะกับหัวใจเราก็ยอมปล่อยให้ตัวโยกย้ายไปกับกีต้าร์ มือเคาะไปตามกลองได้บ้างแค่นี้ก็พอสุขสมอารมณ์หมายแล้ว
ก็ว่ากันไปในค่ำคืนที่ปล่อยให้ใจออกเริงร่ายไม่หยุดหย่อน (แน่ะ..ยืมชื่อหนังสือเขามา..น่ะ)
ถึงตอนนี้ ผมก็เกือบลืมคำถามข้างต้นแล้วสิ..ว่าแต่งวดนี้ผมขอบาย.. ไม่ได้ลุกขึ้นมาเต้นอย่างเมื่อก่อนแล้ว แค่เขย่าหัวขย่มตัวบนเก้าอี้แค่นั้น
ไม่ใช่ไม่อยากนะ..
แต่เต้นคนเดียวมันจะสนุกอะไร
เอ้า..ลุกขึ้นมาเต้นด้วยกันหน่อยสิ !
ปล. ** ของแถม อยากให้ลองไปชม..คลิปวิดีโอเพลง..หนึ่งใน Youtube น่ารักดี
ไม่รู้เป็นไงดู+ฟังไปแล้วรู้สึก ชิลมากๆ
http://www.youtube.com/watch?v=ekQZPozjCX8&NR
edit @ 2006/11/08 04:17:02
edit @ 2006/11/08 04:25:33
edit @ 2006/11/17 05:49:56
edit @ 2006/11/22 02:25:14
edit @ 24 Aug 2009 22:46:22 by เขียนเอง

#1 By BaNKy ~* on 2006-11-08 04:01