.

..

...

ยิ้มเลยครับ.. ยิ้ม...

หัวเราะเลยครับ..

...............

สิ้นเสียงช่างภาพ ผมก็พยายามยิ้ม และยิ้ม..

กระทั่งพยายามแค่น.. หัวเราะให้ได้อย่างที่เขาต้องการ

ใจก็คิดไปถึงตอนที่ไปถ่ายรูปชาวบ้าน..แล้วขอให้เขายิ้ม..

เวรกรรม..มีจริง แม้กระทั่งเรื่องที่ดูเหมือนจะเป็นมงคลกับชีวิต

คือมีคนมาสัมภาษณ์ ลงหนังสือพิมพ์อย่างนี้

การยิ้มต่อหน้ากล้องมันลำบากอย่างนี้เอง.. โดยเฉพาะกับคนแปลกหน้าที่เพิ่งรู้จัก

และไม่ใช่แค่รูปเดียว.. พี่ช่างภาพยังคงพยายามค้นหามุมที่ดีที่สุด..แสงที่สวย จังหวะที่ลงตัว ในความคิดของเขา

นั่นคือผมก็ต้องทนยิ้ม- ยิ้มทน อยู่อย่างนั้นร่วมๆ 5-10นาที หันซ้ายหันขวาไปตามสั่ง

การจะเป็นตัวของตัวเองในภาพถ่าย(ที่คนอื่นบงการ) นี่มันยากจริงๆ

ไม่อยู่ในสถานการณ์นี้เอง... คนถ่ายภาพอย่างผมคงไม่มีวันได้รู้.. (ว่าอาการ.. ฝืน และฝืด..เป็นอย่างไร)

ไม่ใช่แค่ยิ้ม..ที่ยาก กระทั่งเวลาสัมภาษณ์ที่ต้องนึกต้องเรียบเรียงคำพูดออกมา ก็ยังรู้สึกว่าตอบไปอย่างตะกุกตะกัก

จนตอบไปผิด..จำผิด และต้องโทรไปให้ปากคำเพิ่มเติม..เพื่อความสมบูรณ์และสบายใจทั้งสองฝ่าย

(กระนั้น พอตีพิมพ์ก็ยังลงข้อมูลผิดอยู่ดี ก็ไม่แน่ใจ ว่าผมบอกไปผิด

หรือเขาแกะเทปผิด..แต่ก็เป็นเรื่องเข้าใจได้ และเข้าใจได้ว่าทำไมเวลาเราไปขอสัมภาษณ์ เขาถึงต้องขอดูต้นฉบับเพื่อเช็กความถูกต้องครั้งสุดท้ายกันด้วย)

คงเพราะตื่นเต้น และไม่คุ้นเคย ทำให้เป็นอย่างนั้น

ทำให้ได้คิดว่า เวลาเราต้องอยู่สลับตำแหน่งกันมันรู้สึกอย่างนี้เอง

ทำอย่างไรหนอคนที่เราสัมภาษณ์และถ่ายรูป จะรู้สึกผ่อนคลายและเป็นตัวของตัวเองได้

ทำอย่างไรจึงจะจับเอาอารมณ์แท้จริงในเสี้ยวนาทีนั้นได้..

เป็นการบ้านให้เราไปคิดต่อ..

.....................................

jeon ji-hyun my sassy girl 2001

หลายวันก่อน..

ได้กลับมาดูหนังที่เคยชอบอีกครั้ง

เพิ่งจะเป็นครั้งที่สองที่ได้ดู my sassy girl

อีกครั้งที่ได้มาดูรอยยิ้ม.. น่ารักๆนั้นอีก

จะแปลกใจดีไหม..

รอยยิ้มที่รู้ทั้งรู้ว่า เป็นเพียงหนัง..ไม่ใช่ชีวิตจริง

แต่ใครบางคน นั้นก็ช่างเป็นธรรมชาติได้มากเหลือเกิน

มากจนทำให้ผมเชื่อ..

เธอเกิดมาเพื่อสิ่งนี้..จริงๆ

และนี่คงเป็นส่วนหนึ่งที่ใครต่อใครพากันหลงรักเธอ และหนังเรื่องนี้

ปล. คราวนี้ไม่ใช่ภาพที่ผมถ่าย.. แต่ผมก็จับภาพมาจากหนังอีกที.. เหมือนได้ถ่ายรูปผ่านจอหนังนะ

ถ้าอยากไปดูสัมภาษณ์เกี่ยวกับผม..และจักรยาน ก็ตามลิ้งค์นี้ไปนะครับ

http://www.bangkokbiznews.com/bodyheart/20061002/index.php

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

อิอิ นึกถึงตอนที่ได้ไปมีทแอนด์กรี๊ด(ได้ไปแบบฟลุ๊คๆ)กับศิลปินที่เราแทบไม่รู้จักเลย แล้วช่างภาพเค้าก็ต้องการรูปหมู่ที่แบบว่าร่าเริงที่สุดในชีวิต แล้วเค้าก็พยายามเค้นให้ยิ้ม ให้ทำท่าร่าเริงอยู่ร่วม 10-15 นาที โอ๊ย เรางี้แบบแย่พยายามยิ้มแล้วยิ้มอีก ทุกคนก็พยายามยิ้มให้ร่าเริงที่สุด พอช่างภาพบอกเรียบร้อยแล้วครับ ทุกคนนี้ถอนหายใจกันหมด เอิ้กๆ

#1 By P R A E +++ on 2006-10-10 22:07


เม้นไว..จริง..ๆเลย

#2 By เขียนเอง on 2006-10-10 22:10

เหะ เหะ

#3 By no one on 2006-10-10 22:19

ลงหนังสือพิมพ์แล้วดูหล่อขึ้นนะ ไม่เชื่อแกเข้าไปในลิ้งค์กรุงเทพธุรกิจดิ

เขียนใส่สูทดำด้วย 5555 ลงรูปผิดอีกเนาะ

#4 By no one on 2006-10-10 22:22

ดูท่าจะลงรูปผิดเนาะ คุณเขียนเป็นซาวด์เอนฯเฉยเลย

จะว่าไป ไม่ได้ขี่จักรยานมานานมากแล้วนะเนี่ย

#5 By hasana on 2006-10-10 22:48

อืม..รูปในลิงค์ผิดจริงๆ แฮะ

....

แต่มาอ่านที่พี่ให้สัมภาษณ์อีกครั้ง

พี่นี่ธรรมชาติดีจริงๆ ทำให้รู้สึกถึงอะไรที่มันพอดี พอเพียง

#6 By แสงแดด on 2006-10-11 02:25

ไปอ่านมาแล้ว
เม้นท์เกี่ยวกับบทสัมภาษณ์เขียนไว้ในบล็อกนุชแล้ว ไปอ่านเอาละกันเนอะ 555

ปล. สารคดีน่ะ คิดว่ายังเขียนได้อยู่ แต่ไม่รู้จะมีใครเอาไปลง และไม่น่าจะมีใครอ่านน่ะสิ
เห็นด้วยเรื่องทำหน้าไม่ถูกเวลาโดนถ่ายรูป
ขนาดรูปรับปริญญายังยิ้มโหดทุกรูป
ยังนึกว่านางแบบในหนังสือนี่เค้าต้องเหนื่อยใจมากๆเวลาโดนถ่ายรูปตลอดเวลา

เอิ๊กๆ มาแอบอ่านบล็อกเขียนบ่อย
วันนี้เม้นเสียหน่อย แบบว่าอยากคอมเม้นคนดัง

เดี๋ยวจะตามไปอ่านนะคะพี่ชาย

ใครก็บอกนะ
ว่าพี่เขียนถ่ายรูปคนสวยมากๆ
ไม่ใช่เรื่องของเทคนิคหรืออะไร
แต่พี่จับอารมณ์คนได้เท่จริงๆ
อยากเห็นพี่เขียนโดนถ่ายรูปบ้างแล้วซิ

อิอิ


ว่างๆไปกินกาแฟกันนะพี่
กร๊ากกกกกก...

เขียนของเรากลายเป็นคนดังไปซะแล้ว--
(พี่จ๋อยเข้าไปอ่านในบล็อกที่เขียนให้สัมภาษณ์มาแล้วอ่ะจ้า)

สิ่งที่เขียนทำให้พี่จ๋อยอึ่ง ทึ่ง เสียว ก็คือ...

การปั่นปั่นและปั่นเจ้าสองล้อคู่ชีพนั่นท่ามกลางบรรดารถเมล์ที่เอาแต่ห้อตะบึงไม่ห่วงใยดูแลรถเล็กเล็กกันบ้าง กับปริมาณควันดำที่พวยพุ่งทั้งวันทั้งคืนในมวลอากาศ กทม.

แต่คนรักสุขภาพอย่างเขียนก็คงหาวิธีดูแลตัวเองให้แข็งแรงอยู่เสมอได้อยู่แล้วอ่ะนะ อย่างน้อยน้อยก็การปั่นจักรยานนั่นแหละที่ทำให้เขียนดูดี(แบบแมนแมนได้...ว้าวววว)

อ่า...เอารูป จอนจีฮุนมาลงยั่วน้ำลายอีกแล้วน้า

ป.ล.1 วันก่อนไปกินข้าวที่มิชชั่น สอดส่องสายตามองหาเขียนอยู่-- แต่เรามักจะคลาดกันเสมอเนอะ

ป.ล.2 คิดถึ้ง คิดถึงจ้า

ป.ล.3 พี่จ๋อยเคยยิ้มจริงใจจนเหงือกแห้งให้ใครบางคนมาแล้วอ่ะ อืม...แต่นั่นมันก็ผ่านมาเกือบจะทศวรรษแล่ว

#10 By พี่จ๋อย (124.120.1.208) on 2006-10-11 16:40

วันหลังจะหาเรื่องไปสัมภาษณ์มั่งนะจ๊ะ
ตามมาจากบล็อคชาวบ้านเค้า อิอิ

#11 By Backpack Girl on 2006-10-12 00:58

อืม
มุกหนอกก็คือมุกหนอก
พี่เขียนก็เป็นพี่เขียนไง

#12 By ยีน (161.200.255.164 /161.200.51.14) on 2006-10-12 12:52

ปั่นเปียกๆ(ตัว+เสื้อ)
ระวังร่างกายขาดน้ำระหว่างปั่น
ถนน กทม มันปั่นๆๆๆได้ขนาดนั้นโดยปลอดภัยจริงอ่ะ ปั่นระวังๆนะ


#13 By น้องย้วยยยย (203.209.26.10) on 2006-10-18 00:44

รอยยิ้มของ จวน จี ฮุน
ดูเป็นธรรมชาติจริง ๆ ค่ะ

#14 By BaNKy ~* on 2006-11-09 21:00

น่ารักดีนะคะรู้อ่ะคะ

http://www.clipv.com

#15 By ส้ม (117.47.5.159) on 2007-10-20 20:37