.....แล้ววันคืนก็ล่วงเลยไป เร็วน่าใจหาย มีเรื่องต่างๆ ผ่านเข้ามาวันๆ เหมือนจะสำคัญ

แต่พอข้ามคืน ก็เหลือเพียงประสพการณ์และความทรงจำ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ช่วงนี้หากมีเวลา ผมจะพยายามนำพาตัวเองกับจักรยานไปยังศูนย์อาหารสุขภาพของโรงพยาบาล

มิชชั่น การได้มากินข้าวที่นี่ ช่วยให้ผมลดเนื้อสัตว์ได้ขณะเดียวกันก็ยังมีความสุขในการรับประทาน

ตามอัตภาพ โดยไม่อัตคัตเกินไป

 

ราคาที่จ่ายแต่ละมื้อ ก็ไม่แพงเลย มีข้าวราดกับต่างๆ หลากหลายเมนูเปลี่ยนไปตามวัน มีทั้งข้าวขาว

และข้าวกล้องให้เลือก ใส่กับ2อย่าง 25-30บาท สลัดถุงใหญ่(และเป็นสลัดที่ใช้ผักสลัดจริงๆ

ไม่ใช่ผักกะหล่ำ) ราคา25 บาท

 

อย่างวันนี้ผมกินขนมหัวผักกาด และขอให้แม่ครัวใส่เห็ดผัดเข้าไปด้วย ก็25บาทเท่านั้น ต่อด้วยสลัด

อีกชุด กะว่าอยู่ยาวไปถึงตอนดึกเลย

 

กินกันอย่างอิ่ม แต่ก็ไม่รู้สึกแน่นเหมือนตอนกินเนื้อ

 

ที่พยายามดูแลสุขภาพอย่างนี้ ไม่รู้พอจะชดเชยวินัยการนอนที่เลวมากของเราได้ไหม คือแทบจะ

นอนตอนเช้ามาเป็นเดือนแล้ว เอาเข้าจริงก็ไม่เกี่ยวกับบอลโลก ไม่เกี่ยวกับงาน แต่เกี่ยวกับ

ความฟุ้งซ่านภายในใจผมเอง ที่กระเจิงกระจายได้อย่างนี้

 

แต่ในบางเช้า เช่นเมื่อวาน การได้เขียนบันทึกประจำวันก่อนเข้านอน ก็ช่วยจัดการหัวใจที่เตลิด

เปิดเปิงได้บ้าง มันเหมือนได้ตบความคิดกระจัดกระจายให้เข้าที่ บรรจุรายละเอียดที่ยังอยาก

จดจำลงไปในสมุด ดูลายมือขยุกยุ่งไม่เป็นภาษา เหมือนชวเลขส่วนตัว มีความขี้เกียจบวกง่วง

นอนอยู่ในนั้น แต่ก็ดีกว่าไม่บันทึก แล้วปล่อยให้สมองออกเริงร่ายไม่หยุดพัก ทั้งที่หัวถึงหมอน

หัวใจสั่งให้นอนเพราะอ่อนล้ามาทั้งวัน

 

ในเช้านี้ ดีกว่าหน่อยที่ผมฉวยจังหวะ มึนๆหลบไปนอนในห้องประชุมของออฟฟิศ ตั้งแต่ก่อน

เที่ยงคืน น้องวัชเคยบอกว่าเวลานอนที่สำคัญที่สุดและดีกับคนเราคือ ช่วงระหว่าง เที่ยงคืน

ถึงตีสาม ถ้าช่วงนี้เราหลับได้มันจะทำให้สดชื่นและมีโอกาสตื่นได้เช้า.. วันไหนตื่นเช้าได้

โดยไม่ง่วง มันรู้สึกเหมือนมีเวลาเพิ่มขึ้นยังไงไม่รู้

 

เช้านี้รู้สึกตัวตอนตีสีครึ่ง แม่บ้านเริ่มมาทำความสะอาดออฟฟิศ เราเลยลุกมานั่งเขียน(พิมพ์)

บันทึกนี้ นึกไปถึงเหตุการณ์เมื่อวาน ระหว่างทางผ่านไปกินข้าว เอากล้องติดไปด้วย เลย

ได้เก็บภาพอะไรเล่นบ้าง ก็สบายใจดี

เห็นรถเมล์วิ่งกันเป็นคาราวานแล้ว ก็ไม่รู้ว่าจะมีที่ให้จักรยานบนถนนไหม แต่เราก็หลบมา

ปั่นบนฟุตบาทอย่างตอนนี้ ก็ผจญภัยดี

 

เด็กๆบนฟุตบาทก็เล่นกันไม่สนใจใคร เด็กคือเด็กแหละนะ มองไปก็พลอยสนุกไปด้วย

ตอนแรกแก้งค์นี้อยู่กันไม่กี่คน นั่งตัดตุ๊กตากระดาษกันอยุ่ สักพักพรรคพวกก็มาสมทบ

ก็เอาหนังยางเอยอะไรเอยมาเล่นกัน เห็นแล้วนึกย้อนไปตอนเด็ก เราก็เป็นเด็กห้องแถว

เหมือนกัน ก็เคยมีก้วนเล่นกันกับเพื่อนทุกเย็น วิ่งออกไปนอกบ้านได้ก็มันแล้ว ไม่รู้มัน

สนุกอะไรได้ขนาดนั้น ถ้าเราเซ็งๆ มานั่งดูเด็กพวกนี้เล่นกันก็น่าจะสนุกดี

 

 

มองไปฝั่งตรงข้ามเห็นรถมอเตอร์ไซด์ ช่างจอดกันได้อย่างน่ารักจริง..

ปั่นจักรยานต่อไป เจอหมา เออ...มีคุณสุนัขใส่เสื้อเหลืองกับเขาด้วยนะ ใครว่ามีแต่คน

เท่านั้นที่จะแสดงความจงรักภักดีต่อในหลวงของเราได้ ก็ในหลวงท่านทรงเมตตา

คุณน้องสุนัขขนาดนี้ เห็นแล้วก็เก็บภาพมาหน่อย พอขำๆ

 

แล้วเมื่อวานก็ผ่านไป เอ.. แล้วเช้านี้เราจะนอนดีไหมนี่ ชักง่วงๆ อีกแล้วแฮะ

 

..

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


edit @ 2006/06/29 07:58:38
edit @ 2006/06/29 08:03:31
edit @ 2006/06/29 08:05:31

edit @ 8 May 2009 21:09:36 by เขียนเอง

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ตื่นเช้า ผมว่าทำให้เราได้กำไรชีวิต มีเวลาใช้ชีวิตมากขึ้นอีกเยอะเลยครับ ... ผมก็ชอบตื่นเช้า แม้หลังๆ จะไม่ค่อยตื่นสักเท่าไหร่ ...

ดูภาพคุณเขียนแล้ว ชอบจังเลยครับ ...

ไม่เจอกันนาน ... นานๆ มาที ... รักษาสุขภาพนะครับผม
ชอบภาพถ่ายมากเลยค่ะ โดยเฉพาะรูปจอดมอเตอร์ไซคล์

#2 By hasana on 2006-06-29 12:00

อืมมม อยากกินสลัดขึ้นมาเลย ภาพได้บรรยากาศมาก ชอบทุกภาพ
^-^
นี่ ๆ เขียนต้องถามว่าน้องวัชนอนกี่โมง จะได้นอนตอนนั้นบ้าง
เขียนกับวัชก็จะได้หัวถึงหมอนพร้อมกันไง อะคิ อะคิ

#3 By no one on 2006-06-29 18:20

ฟังดู หื่นๆ..ดีนะนุช

#4 By เขียนเอง on 2006-06-29 19:23

มุมมองของพี่เขียนยังสวยงามอยู่เหมือนเดิมเลยเนอะ
มองผ่านมุมของพี่เขียนแล้ว
กรุงเทพก็ยังพอมีสิ่งดีๆอยู่บ้างล่ะ

^^

#5 By อุ๋ย (202.5.84.137) on 2006-06-29 19:29

เขียนนนนนนนนนนนนนนนนนน...

พี่จ๋อยอยากปั่นจักรยานไป ถ่ายรูปไปอย่างเขียนมั่งอ่ะ แต่นึกทีไรก็เสียวทุกทีกับสภาพถนนและรถราในกรุงเทพฯ พี่จ๋อยคงไม่มีความสามารถคล่องตัวในการหลบหลีกได้เหมือนเขียนแน่แน่

เรื่องการพักผ่อนน่ะ เอาเถอะนะ มีเวลางีบช่วงไหน ก็แอบไปงีบซะ ถ้าเราไม่สามารถบังคับตัวเองให้เข้านอนได้ตามเวลาปกติมนุษย์น่ะนะ อันที่จริงมันก็ไม่ได้มีกฎข้อไหนในโลกเลยที่จะมาบังคับว่าเราควรนอนเวลานี้ กินเวลานี้ ถ้าทำอะไรอะไรตามความเคยชินของตัวเอง(เอ่อ...เรื่องที่ไม่ทำให้ใครเดือดร้อนอ่ะนะ) แล้วเรายังคงดำเนินชีวิตได้ตามปกติ สุขภาพจิตยังคงแจ่มใสก็โอเคอ่ะนะ

อ้อ-- พี่จ๋อยชอบไอเดียที่ให้เข้านอนแล้วหัวถึงหมอนพร้อมกันกับน้องวัชนั่นจัง น่ารัก โรแมนติกมั่กมั่ก น่าลองดูหน่อยนาเขียน

ป.ล. ไว้พี่จ๋อยจะแอบไปกินข้าวที่ ร.พ.มิชชั่น ตามคำบอกเล่าของเขียนบ้าง พี่จ๋อยเองก็มีความตั้งใจอยากลดเนื้อสัตว์เหมือนกัน บางทีทำได้อยู่สองสามวัน แต่พอเดินผ่านร้านข้าวขาหมูเท่านั้น...น้ำลายก็ไหลย้อย อย่างอดใจไม่ไหวเจงเจง เฮ้อ...

#6 By พี่จ๋อย (124.120.48.51) on 2006-06-30 09:07

ป.ล. (อีกที) ชอบภาพมอเตอร์ไซค์ กับภาพน้องหมาเสื้อเหลืองอ่ะ

ภาพมอไซค์-- บ่งบอกนิสัย(บางอย่าง)ของคน กทม. ได้ดีมาก หุหุ

ภาพน้องหมา-- น่าร้าก น่าเอ็นดู๊

#7 By พี่จ๋อย (124.120.48.51) on 2006-06-30 09:13

ดีครับพี่ นอนเช้าอีกแล้วนิ

การได้เขียนบันทึกหรือจดหมายช่วยทำให้ผมจัดการความคิดที่มีอยู่ในหัวได้ดีมากขึ้นเช่นกันครับพี่ ยิ่งจดเป็นลายมือด้วยนะครับ ไม่ว่าจะรู้เรื่องอ่านออกหรือไม่ แต่เรื่องที่ออกมาทำให้ความคิดยุ่งเหยิงในขมองปรากฏเป็นตัวหนังสือได้ มีตัวหนังสือใช้นี่ดีจริง

พี่เขียนเรื่องราวของเมื่อวานกลายเป็นประสบการณ์และความทรงจำ ทีไม่สามารถมีได้ในวันนี้เชียวนะ ต้องผ่านไปก่อนถึงจะมีได้นะพี่ หายากเชียว

ป.ล.เรื่องอาหารโรงพยาบาลฯที่ว่า ทั้งรูปทั้งอาการเชิญชวนอยากให้ไปลองสัมผัสของพี่ ทำให้อยากกินขึ้นมาเชียว
โอ๊ะ หิวซะแล้ว

#8 By ยีน (203.113.34.61) on 2006-06-30 09:44

ออกกำลังกายน่าจะช่วยให้นอนได้ง่ายขึ้น
ป.ล.อยู่แถวๆ บ้านเราเลยนะ

#9 By foneko (58.8.8.177) on 2006-06-30 14:46

ถึงเราจะเป็นคนหนึ่งที่ชอบนอนดึก แล้วตื่นสายๆ แต่หลายๆ ครั้ง การตื่นแต่เช้ามันก็ดีมีค่ากับหัวใจนะ ในบางเช้าที่ตื่นเช้ากว่าปกติ ได้เห็นอะไรที่มันนิ่งๆ ค่อยๆ เคลื่อน หัวใจกับมุมปากก็ยิ้มได้พร้อมกัน ดีกว่าไปเจอกับสภาพถนนและผู้คนที่รีบเร่งกว่าเป็นไหนๆ

เขียน ยังไงก็อยากให้พักผ่อนมากๆ สุขภาพตอนนี้อาจจะยังไม่ประท้วง แต่ถ้าวันไหนมันไม่พอใจขึ้นมา เขียนละนะจะลำบาก

#10 By eek (203.156.44.61) on 2006-07-01 09:08

เขียนเอย ไม่ได้เจอกันตั้งนาน ทักทายผ่านทางบลอกนี่แหละวะ

ว่าแต่ใจเขียนก็ออกเริงร่ายไม่หยุดหย่อนเหมือนกันหรือ มีไร เจอกันก็คุยกันนะ อาจช่วยไม่ได้มาก แต่ก็น่าจะมีอะไรดีขึ้น

วันหลังถ้าไปถ่ายรูปขอไปด้วยคนดิ มึงปั่น กูนั่งป้ายซ้อนอยู่ข้างหน้ามึง
กูแทนตัวเองว่าข้าพเจ้า และขอเรียกมึงว่า ล่องจุ๊น

(แค่คิดก็แทบอ้วกแล้ว555)

#11 By บอล (58.9.42.53) on 2006-07-02 21:38

คิดตามที่บอลพูด แล้วก็อ้วกตาม

#12 By no one on 2006-07-03 02:12

เขียน ฉันชักเริ่มสนใจทางธรรมว่ะ มีวัดไหนหรือที่ไหนที่เขาปฏิบัติธรรม นั่งสมาธิที่เขียนรู้จักบ้างป่ะ อย่าเพิ่งตอบว่านั่งที่ไหนวัดไหนก็เหมือนกันนะ เพราะถ้าไม่เริ่มอะไรอย่างเป็นกิจจะลักษณะ เราจะไม่สามารถเริ่มต้นได้เลยล่ะ เพราะมันไม่มีอะไรมาอ้างให้ตัวเองยอมทำอ่ะ แง ๆ

#13 By no one on 2006-07-03 08:37

โอ้ โห พี่เขียนถ่ายรูปสลัดได้น่ากินมากๆเลยค่ะ

#14 By ก้อย (203.155.14.195) on 2006-07-03 20:09

หนึ่งวันของบูมค่อนข้างหมุนเร็ว
เลยไม่ค่อยรู้ตัวว่าวันๆ เจอกับอะไรบ้าง
แต่หนึ่งวันของพี่เขียนน่ารักดีจัง (^_^)
ไว้วันไหนพี่ลองเข้านอนแต่หัววันบ้างนะ
เผื่อจะหลับฝันดีและตื่นเช้าๆ
วันเวลาของพี่จยาวขึ้นอีกนิด

ปล.ถึงพี่เขียน...
กำลังิวข้าวอยู่พอดี แต่ตอนนี้ดึกแล้ว ไม่อยากกินอะไร (เดี๋ยวจะยิ่งอ้วน) แต่พอเปิดมาเจอรูปสลัดผักอวบๆ ของพี่เขียนเท่านั้นแหละ...น้ำลายสอขึ้นมาทันทีเลย ไว้วันไหนว่างๆ จะตามไปกินข้าวที่โรงพยาบาลมิชชั่นด้วยคน พี่คงไม่ว่านะ

ปล.ถึงพี่จ๋อย--ไปด้วยกันนะพี่นะ กับข้าวที่โรงพยาบาลมิชชั่น แม่ช้อยนางรำอย่างเราไม่ควรพลาด

ปล.ถึงพี่บอล (อ้วววก...แหวะ) คงไม่ต้องมีอธิบายนะ 555

#15 By :::BigBooM::: (124.121.162.190) on 2006-07-04 01:44


ช่วงนี้เป็นบ้าฟุ้งซ่านพุ่งพล่านจิตเหมือนกัน

ช่วงเวลานอนที่เค้าว่าดีที่สุด เรากลับนอนไม่หลับ และไม่มีใจที่คิดอยากทำอย่างอื่น

แต่ยังดีที่ตื่นทันพระอาทิตย์ลืมตา แม้ว่าอาจจะไม่ได้มองเห็นกรุงเทพในมุมที่เขียนเห็น

ขอบคุณสำหรับภาพสวยๆ ที่มักจะสร้างรอยยิ้มที่มุมปากได้เสมอ

ว่างๆ ถ่ายทอดวิชาให้มั่งดิ

#16 By วาริริน มอนโร (203.151.4.252 /10.0.2.41) on 2006-07-04 08:47

ประกาศ ประกาศ อย่างเป็นทางการ--

เมื่อวานพี่จ๋อยแอบไปกินข้าวที่มิชชั่นมาแล้วล่ะ
ต่อไป ก็ไม่ต้องเป็นมิชชั่นอิมพอสซิเบิลแล้วสิ(เกี่ยวกันมั้ยนั่น)

แต่พี่จ๋อยไปเอาตอนบ่ายแก่แก่แล้วอ่ะ เลยได้กินแต่ก๋วยเตี๋ยวแขก สลัดก็หมด เสียดายจัง

แต่ว่านะ รู้สึกว่าตัวเอง...
สะอาด (เพราะกินอาหารงดเนื้อสัตว์เพื่อสุขภาพ)
สงบ (เพราะปลงอนิจจัง นั่งกินข้าวในโรงพยาบาล)
สบาย (แอร์เย็นฉ่ำ และคนบางตา)
ขึ้นเยอะเลยนั่น

ฮี่ฮี่ฮี่ ไว้จะไปกินอีกแน่นอน

ป.ล.(ด้วยคน)
ถึงบูม ไว้ไปกันอีกแน่บูม
ถึงบอล อีบอลคงเป็นได้แต่แตงร้าน รึไม่ก็แตงเถาตายเท่านั้นน่ะนะ ข้าพเจ้าขอบอก หุหุหุ โฮะ โฮะ โฮะ

#17 By พี่จ๋อย (124.120.46.205) on 2006-07-04 09:44

โอ้ว... พี่ป้าน้าอามากันเพียบ อบอุ่นดีจัง

คุณ Foneko อยู่ใกล้ๆ แถวนั้นก็อย่าลืมไปลองทานดูนะ ไม่รู้เคยไปหรือยัง..

พี่จ๋อย.. เอ..เมื่อวานนั่นผมก็ ไปกินนะ (ก็กินมันเกือบทุกวันนั่นแหละ) บางทีอาจได้เจอกัน..

วันนี้ไปกิน ข้าวราด แกงขี้เหล็ก ,ผัดผักไส้กรอก(เจ) และ สลัดอีก 1จาน เห็นเขามี หูฉลามด้วย แต่ไม่ได้กิน (ทำคล้ายซุบ กระเพาะปลาใสๆ ข้นๆ เรียกเป็นหูฉลามซะงั้น 55)
เขามีตารางเมนูให้ดูด้วยว่าในสัปดาห์เขาจะทำอะไรวันไหน..บ้าง ก็หยิบติดมือมาได้เลย
บางทีผมไปตอนเขาจะเก็บแล้ว ช่วงห้าโมงครึ่ง (ปิด หกโมงเย็น) ก็มักจะได้ราคาถูกพิเศษ แต่ไปตอนกลางวัน หรือบ่ายๆ หน่อยก็ดีพี่..จะได้มีสลัด เผื่ออยากกิน

บูม .. ขอให้นอนเร็วได้อย่างที่ตั้งใจนะ พี่ก็ว่าจะนอนเร็วๆ แล้วนะคืนนี้..แต่เฮ้อ.. อิตานั่นเอ้ย ตาลี่ แข็งกับ เยอรมันอะ.. คงสักหน่อยก่อนนอน55

ยีน.. ใช่ พี่ก็ว่าจดเป็นลายมือมันสด ดี มันแบบว่า ส่วนตั้ว ส่วนตัว ก็เต็มที่อะนะ
ไว้ว่างเมื่อไหร่ เจอกันมิชชั่นเด้อ..


บอล.. บอลเอ้ย..อยากร่วมชะตากรรม เสียงภัย กับกูเหรอ.. เดียวเหอะ เดี๋ยวได้ผอม เพราะถ้ามึงนั่งป้ายได้จริง (แล้วกูปั่นไหว ) รถเมล์คงได้เบียดมาถากพุงมึงไป ผอมสมใจแน่ๆ
ระหว่างปั่นไป กูก็เอาคางไปถูหัวมึงเล่น โครตโรแม้นน.. (คงได้ อ้วกพุ่งใส่หัว กันพอดี..เอิ๊ก )

อิ๊ก ขอบใจมากเด้อ.. ที่เตือน..

พี่ วาริริน อย่าเครียดไปพี่ เพื่อนพี่มีเยอะเลย...555
ว่างๆ อยากถ่ายรูปบอกพี่ ถ้ายังไม่มีกล้อง จะชวนให้เสียตังค์เล่น ..

นุช เหวย.. เรื่องวัดนั้นขอหาข้อมูลอีกทีนะ แต่พอรู้มาว่าวัด สุทัศน์ ที่อยู่ตรงเสาชิงช้า รึไงเนี่ย เขามีอบรม ฟังธรรมตอนค่ำด้วยแหละนะ เดี๋ยวค่อยโทรคุยกัน

ไม่ได้ไปแวะเวียนบล็อกใครเลย วันนี้ คุยที่นี่ก่อนแล้วกันเน้อะ ขอชิงกลับหอก่อน แหละ เผลอเดี๋ยวจะยาวอีก ไม่ดีๆ

#18 By เขียนเอง on 2006-07-05 02:15

วันนี้ตื่นแต่เช้าตรู่...
เพื่อจะออกไปวิ่งรอบหมู่บ้าน
(เห็นมะ ช่วงรักสุขภาพ)

อ้อ เข้าใจละว่า 'นั่งป้าย' มันคืออะไร
(งงอยู่นาน)
เมื้องเมืองนะนั่น

ป.ล. เมื่อวันจันทร์พี่จ๋อยไปกินตอนประมาณ บ่าย 3 อ่ะ ไม่เหลืออะไรแล้ววว

#19 By พี่จ๋อย (124.120.46.196) on 2006-07-05 05:31

ภาพให้อารมณ์ดีจังคับ
และสงสารเยอรมันจัง...เสียใจด้วยคับ
ดีใจกับอิตาลี...สุดๆไปเลยคับ

#20 By ปอม (202.29.63.167) on 2006-07-05 12:20

สลัดน่ากินมากๆเลยค่ะ เจ้านายมาเห็นคงชอบ
รูปถ่ายสวยมากเลย

ชอบน้องหมาใส่เสื้อเหลืองจัง เดี๋ยวไปบอกเจ้านาย ให้ซื้อมาให้หนูแคนดี้ใส่มั่งดีกว่า

#21 By CaNDY CoME BaCK on 2006-07-09 13:45

น่าตีจริงๆ

นอนดึก ไม่นอน หน้าแก่เร็วนะ

จะรักษาสุขภาพต้องให้โอกาสร่างกายได้พักผ่อนบ้างนะจ๊ะ

ตอนที่อัพบลอกคือเวลา 07.56 นี่คือยังไม่ได้นอนหรอค่ะ
ง่า...นอนแบบนี้เดี่ยวร่างกายจะไม่ไหวเอานะค่ะ

หรือเป้นเพระว่าต้องทำงานไปด้วยรึป่าวค่ะ
ยังไงก้อดูแลสุขภาพนะค่ะ

#23 By 【all about PⓤY】 on 2006-07-20 03:08

54518588548154845484

#24 By เสกสรรอบพล (125.27.245.227 /192.168.1.173, 192.168.212.40) on 2007-06-20 13:29

ขอบคุณสำหรับข้อเขียนของท่านที่ทำให้ผมเองสำนึกในอาหารที่ทางโรงพยาบาลมิชชั่นจัดให้มายาวนาน จะมีสักกี่คนที่ทานอาหารมังสะวิรัต (มาทานที่มิชชั่น) จะมีความสุขเช่นท่าน หากเป็นอย่างนี้เสียทุกคน ผมว่าประเทศไทยปลอดบาปกรรมข้อหนึ่งแน่นอนคืออย่าฆ่าสัตว์ ตัดชีวิต ซึ่งบรรจุอยู่ในศีล 5
ขอให้ท่านรักษาสุขภาพด้วยนะครับ มิชชั่นเรามีดีหลายอย่าง เชิญมาสัมผัสสิครับ ยินดีรับใช้ท่าน ขอพระผู้เป็นเจ้าปกปักคุ้มครองท่านตลอดไป

#25 By pada (202.57.150.115) on 2007-07-06 18:32

#26 By โชคดี (58.9.28.81) on 2007-07-20 11:52

เรื่องน่ารักจัง อ่านแล้วคิดถึง...

#27 By RK (125.27.226.218) on 2007-08-04 00:48

เดเดะพำเกะก้พัอ

#28 By รีเนี (117.47.202.63) on 2009-01-27 17:45