.....แล้ววันคืนก็ล่วงเลยไป เร็วน่าใจหาย มีเรื่องต่างๆ ผ่านเข้ามาวันๆ เหมือนจะสำคัญ

แต่พอข้ามคืน ก็เหลือเพียงประสพการณ์และความทรงจำ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ช่วงนี้หากมีเวลา ผมจะพยายามนำพาตัวเองกับจักรยานไปยังศูนย์อาหารสุขภาพของโรงพยาบาล

มิชชั่น การได้มากินข้าวที่นี่ ช่วยให้ผมลดเนื้อสัตว์ได้ขณะเดียวกันก็ยังมีความสุขในการรับประทาน

ตามอัตภาพ โดยไม่อัตคัตเกินไป

 

ราคาที่จ่ายแต่ละมื้อ ก็ไม่แพงเลย มีข้าวราดกับต่างๆ หลากหลายเมนูเปลี่ยนไปตามวัน มีทั้งข้าวขาว

และข้าวกล้องให้เลือก ใส่กับ2อย่าง 25-30บาท สลัดถุงใหญ่(และเป็นสลัดที่ใช้ผักสลัดจริงๆ

ไม่ใช่ผักกะหล่ำ) ราคา25 บาท

 

อย่างวันนี้ผมกินขนมหัวผักกาด และขอให้แม่ครัวใส่เห็ดผัดเข้าไปด้วย ก็25บาทเท่านั้น ต่อด้วยสลัด

อีกชุด กะว่าอยู่ยาวไปถึงตอนดึกเลย

 

กินกันอย่างอิ่ม แต่ก็ไม่รู้สึกแน่นเหมือนตอนกินเนื้อ

 

ที่พยายามดูแลสุขภาพอย่างนี้ ไม่รู้พอจะชดเชยวินัยการนอนที่เลวมากของเราได้ไหม คือแทบจะ

นอนตอนเช้ามาเป็นเดือนแล้ว เอาเข้าจริงก็ไม่เกี่ยวกับบอลโลก ไม่เกี่ยวกับงาน แต่เกี่ยวกับ

ความฟุ้งซ่านภายในใจผมเอง ที่กระเจิงกระจายได้อย่างนี้

 

แต่ในบางเช้า เช่นเมื่อวาน การได้เขียนบันทึกประจำวันก่อนเข้านอน ก็ช่วยจัดการหัวใจที่เตลิด

เปิดเปิงได้บ้าง มันเหมือนได้ตบความคิดกระจัดกระจายให้เข้าที่ บรรจุรายละเอียดที่ยังอยาก

จดจำลงไปในสมุด ดูลายมือขยุกยุ่งไม่เป็นภาษา เหมือนชวเลขส่วนตัว มีความขี้เกียจบวกง่วง

นอนอยู่ในนั้น แต่ก็ดีกว่าไม่บันทึก แล้วปล่อยให้สมองออกเริงร่ายไม่หยุดพัก ทั้งที่หัวถึงหมอน

หัวใจสั่งให้นอนเพราะอ่อนล้ามาทั้งวัน

 

ในเช้านี้ ดีกว่าหน่อยที่ผมฉวยจังหวะ มึนๆหลบไปนอนในห้องประชุมของออฟฟิศ ตั้งแต่ก่อน

เที่ยงคืน น้องวัชเคยบอกว่าเวลานอนที่สำคัญที่สุดและดีกับคนเราคือ ช่วงระหว่าง เที่ยงคืน

ถึงตีสาม ถ้าช่วงนี้เราหลับได้มันจะทำให้สดชื่นและมีโอกาสตื่นได้เช้า.. วันไหนตื่นเช้าได้

โดยไม่ง่วง มันรู้สึกเหมือนมีเวลาเพิ่มขึ้นยังไงไม่รู้

 

เช้านี้รู้สึกตัวตอนตีสีครึ่ง แม่บ้านเริ่มมาทำความสะอาดออฟฟิศ เราเลยลุกมานั่งเขียน(พิมพ์)

บันทึกนี้ นึกไปถึงเหตุการณ์เมื่อวาน ระหว่างทางผ่านไปกินข้าว เอากล้องติดไปด้วย เลย

ได้เก็บภาพอะไรเล่นบ้าง ก็สบายใจดี

เห็นรถเมล์วิ่งกันเป็นคาราวานแล้ว ก็ไม่รู้ว่าจะมีที่ให้จักรยานบนถนนไหม แต่เราก็หลบมา

ปั่นบนฟุตบาทอย่างตอนนี้ ก็ผจญภัยดี

 

เด็กๆบนฟุตบาทก็เล่นกันไม่สนใจใคร เด็กคือเด็กแหละนะ มองไปก็พลอยสนุกไปด้วย

ตอนแรกแก้งค์นี้อยู่กันไม่กี่คน นั่งตัดตุ๊กตากระดาษกันอยุ่ สักพักพรรคพวกก็มาสมทบ

ก็เอาหนังยางเอยอะไรเอยมาเล่นกัน เห็นแล้วนึกย้อนไปตอนเด็ก เราก็เป็นเด็กห้องแถว

เหมือนกัน ก็เคยมีก้วนเล่นกันกับเพื่อนทุกเย็น วิ่งออกไปนอกบ้านได้ก็มันแล้ว ไม่รู้มัน

สนุกอะไรได้ขนาดนั้น ถ้าเราเซ็งๆ มานั่งดูเด็กพวกนี้เล่นกันก็น่าจะสนุกดี

 

 

มองไปฝั่งตรงข้ามเห็นรถมอเตอร์ไซด์ ช่างจอดกันได้อย่างน่ารักจริง..