"กนกพงศ์ สงสมพันธุ์" ริมน้ำ,กรุงชิง_นครศรีธรรมราช,2547

            ผมเพิ่งกลับจากงานฌาปนกิจศพพี่กนกพงศ์ ที่วัดพิกุลทอง ต.ชะมวง อ.ควน-ขนุน จ.พัทลุง ซึ่งเป็นบ้านเกิดของเขา และคุณพ่อของพี่หนกก็เป็นเจ้าอาวาสอยู่ที่นี่ด้วย

            งานนี้มีนักเขียนมารวมตัวกันเยอะมาก และน่าจะเป็นการรวมเอา นักเขียน และกวีซีไรต์ได้มากที่สุดครั้งหนื่ง

           ชาติ กอบจิตติ , เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์, คำสิงห์ ศรีนอก, จีระนันท์ พิตรปรีชา,ไพวรินทร์ ขาวงาม, ศักดิ์สิริ มีสมสืบ, ไพทูรย์ ธันญา, เรวัตร์ พันธุ์พิพัฒน์, สุชาติ สวัสดิ์ศรี, พิบูลศักดิ์ ละครพล, จำลอง ฝั่งชลจิตร, ธัช ธาดา, ศุ บุญเลี้ยง, อนุสรณ์ ติปยานนท์, วาด รวี, นกป่า อุษาคเนย์ , แพร จารุ, ศิริวร แก้วกาญจน์, ศักดิ์ชัย ลักคนาวิเชียร , คมสัน นันทจิต, วงทนง ชัยณรงค์สิงห์, ทรงกลด บางยี่ขัน, สร้อยแก้ว คำมาลา, ชาติวุฒิ บุณยรักษ์, กว่าชื่น บางคมบาง,พิเชฐ แสงทอง, อาณัติ มาตรคำจันทร์, พิสิฐ ภูศรี, ปริทรรศ หุตางกูร, เวียง-วชิระ บัวสนธ์, อุเทน พรมแดง และคอลัมภ์นิสต์ ผู้กว้างขวาง อย่างวรรณฤกษ์ ก็มาร่วมไว้อาลัยด้วย (คงยังมีคนที่ผมไม่ทันสังเกตุ ไม่รู้จัก และที่ติดธุระสำคัญมาไม่ได้อีกมากมาย)

          นอกจากโต๊ะให้เขียนคำไว้อาลัยแล้ว ยังมีเต้นนิทรรศการย่อมๆ ที่จัดแสดงรูปภาพ -ข่าว เกี่ยวกับพี่กนกพงศ์ อยู่ไม่ไกลกัน ที่ผมเห็นแล้วตัวชา-น้ำตาจะไหลก็คือ ภาพถ่ายท้องฟ้าฝีมือพี่หนก ภาพถ่ายสีสวยที่ผมเคยเห็นในอัลบั้มที่บ้านพี่หนก และอยากเห็นมันเป็นนิทรรศการ วันนี้มันถูกนำมาแขวนเรียงกันไว้แล้ว ที่นี่ แม้จะไม่ใช่ที่ทาง กาลเวลา ที่เหมาะเจาะเท่าใดนักก็ตาม

         คืนวันศุกร์ ก่อนวันพิธีเผา มีเวทีคอนเสริต ขนาดไม่ย่อมเท่าไหร่ จัดภายในสนามบอลโรงเรียน ซึ่งติดกับวัดที่ซึ่งพี่หนก เคยเรียนในชั้นประถม บนเวทีมีหลายวงดนตรีผลัดกันขึ้นไปเล่น สลับกับการอ่านบทกวี

           ที่เขาจัดงานกันขนาดนี้ คงเกี่ยวเนื่องกับที่พี่หนกเป็นคนชอบฟังเพลง และยังเคยแต่งเพลงให้วงสะพาน ชื่อเพลง "คนเลว" และมาลีฮวนน่าก็ได้เอามาร้องใหม่จนติดหูผู้คน พี่นิยุติ พี่ชายของเขาก็มีวงดนตรีของตัวเอง และขึ้นไปร่วมบรรเลงเพลงด้วยเช่นกัน

         บนเวที...น่าจะเป็นการเล่นดนตรีที่ทั้งเศร้า และภาคภูมิใจที่สุด เศร้า กับการสูญเสีย แต่ก็ภูมิใจในตัวน้องชาย ที่ทิ้งผลงานเขียนดี ๆ ไว้แก่โลกไม่น้อย วงดนตรีหลายวง แต่งเพลงพิเศษมา เพื่อร้องให้กับพี่หนกโดยเฉพาะ บางเพลงสอดแทรกชื่อของเขาอยู่ในนั้นได้อย่างหมดจดลงตัว

         ถ้านับกันจริงๆ นี่น่าจะเป็นการรวมตัวของคนดนตรี โดยเฉพาะทางภาคใต้ แทบจะมากันหมดแล้วกระมัง

          ผู้คนจากในหมู่บ้าน และตำบล ก็แห่กันมาเที่ยวชมงาน มากจนคล้ายงานมหรสพประจำปี มีคนมาขายข้าวโพดคั่ว ลูกชิ้น น้ำขวด จนไปถึงของเล่นเด็กห้อยระโยง.. มารู้ทีหลังว่าคืนนี้เป็นคืนที่สองแล้ว คงเริ่มมีคนบอกต่อกันมา

         คืนนี้มีเจ้าหน้าที่มากันที่ประดู ทางเข้า เพื่อตรวจอาวุธ เพราะเมื่อวานมีการทะเลาะวิวาท และใช้อาวุธทำร้ายกัน

....................

           ช่วงเที่ยงวันเสาร์ กวี และนักเขียนหลายต่อหลายท่าน ผลัดกันมากล่าวคำไว้อาลัยหน้าที่ตั้งศพ

             ผมว่าการสูญเสียนักเขียน ระดับซีไรต์ ผู้สร้างงานจรรโลงสังคมได้ขนาดนี้ ควรจะมีโทรทัศน์สักช่องมาถ่ายทอดสดด้วยซ้ำไป แต่นี่ แม้แต่จะมาทำข่าว ก็เหมือนจะไม่เห็น