กนกพงศ์ สงสมพันธุ์ ในความทรงจำ
posted on 19 Feb 2006 07:18 by kiennews
" ผมว่ามันก็แปลก ที่เราพูดกันเรื่องความหลากหลาย เราเรียกร้องคำว่า หลากหลาย กันเยอะ หลากหลายทางชีวภาพ หลากหลายทางอะไร ก็แล้วแต่ แต่ในขนะเดียวกันรูปแบบชีวิตคนทั้งโลก คุณพยายามทำให้คนมีรูปแบบชีวิตรูปแบบเดียว ตามจินตนาการของเขา ตามสิ่งที่เขาคิด คิดให้มันเป็น เพื่อให้เราเป็นตัวหนึ่งในตัวทุน... ทุนนิยมมันจำกัดจินตนาการของมนุษย์ลง"
กนกพงศ์ สงสมพันธุ์
กรุงชิง นครศรีธรรมราช_ 2547
ในบรรดารูปถ่ายบุคคลที่ผมเคยถ่ายมาจนถึงวันนี้ ผมรู้สึกว่ารูปชุดนี้ เป็นชุดที่ผมรักมากที่สุดชุดหนึ่ง และเป็นการทำงานในช่วงเวลาที่ดีที่สุดในชีวิตเช่นกัน (รูปส่วนใหญ่ ที่นำมาร่วมไว้อาลัยในที่นี้ เป็นรูปที่ไม่ได้ตีพิมพ์ในบทสัมภาษณ์OPEN ฉบับ ธันวาคม 2547)
ตอนนั้นแม้จะเป็นเวลาห้วงสั้นๆเพียงสอง สามวันที่ผมและพี่นก สุรชัย พิงชัยภูมิ นักเขียน ได้อาศัยกินนอนอยู่ที่บ้านพี่หนก-กนกพงศ์ สงสมพันธุ์ ในช่วงปลายฝนของปี2547 ในบ้านครึ่งปูนครึ่งไม้หน้าตาน่ารักหลังนั้น (ผมบอกพี่หนก อยู่เลยว่า บ้านหลังนี้มันดูเหมือนโรงเรียนอนุบาลตามชนบทมากกว่านะ)
ผมเพิ่งรู้ว่าพี่หนก-กนกพงศ์ นักเขียนซีไรท์คนนี้ นอกจากเขียนแล้วยังชอบถ่ายภาพด้วย ถ่ายไปตามอารมณ์และความรู้สึกที่อยากถ่ายในขณะนั้น เขาใช้กล้องนิคคอน แบบแมนนวลที่จะใส่ฟิล์มทิ้งไว้ตลอด เพื่อจะหยิบใช้ได้ตลอดเวลา กับเลนส์ มุมกว้าง28 มม.เพียงตัวเดียว เขาใช้ถ่ายทุกอย่าง สิ่งที่เขาถ่ายไว้มากที่สุดน่าจะเป็นท้องฟ้า เท่าทีดูมีอัลบัมภาพท้องฟ้าเพียงอย่างเดียว 2-3อัลบัม นับรวมรูปได้เป็นร้อยๆใบ ภาพท้องฟ้าที่เขาบันทึกจากมุมเดียวกันเกือบทุกวัน คล้ายจะถ่ายไว้เป็นไดอารี่ ด้วยฤดูกาล และความอัศจรรย์ในธรรมชาติ ท้องฟ้าจึงมีสีสันระบายทาไม่ซ้ำกันในแต่ละวัน นี่ยังไม่รวมถึงก้อนเฆมหลายทรง หลากสี
มองรูปถ่ายเพลินอยู่นาน ยังยุพี่หนก ว่าน่าจะได้จัดนิทรรศการสักวันหนึ่ง เสียดายเพราะความชื้นของที่นี่ จึงทำให้รูปหลายใบเสื่อมสภาพไปเพราะเชื้อรา
คล้ายงานเลี้ยงต้อนรับผู้มาเยือน ค่ำคืนหนึ่งที่ลานฟืนใต้ร่มไม้ข้างบ้าน เรานั่งล้อมวงกินข้าวกันที่นั่น ผมคิดว่าใครที่เคยชิมกับข้าวฝีมือพี่หนก คงจะรู้ดีว่ามันพิเศษอย่างไร พี่หนกทำกับข้าวได้หลากหลายทั้งต้ม ผัด แกง ทอด ผัดผักบางจานเด็ดมาจากสวนป่าธรรมชาติหลังบ้าน สารภาพตามตรงสำหรับคนเมืองอย่างผมเกิดมาก็เพิ่งเคยกินข้าวสวยที่ยังใช้หม้อดินเผาหุงกับเตาถ่าน ถึงได้รู้ว่าข้าวที่หอมดินกลิ่นถ่าน นุ่มและหวานละมุนเพียงใด จำได้ว่าผมตักกินไปเปล่าๆ อยู่หลายคำ นอกจากคำข้าว พี่หนกยังแถมเอามุข อำ ขำๆ ให้เราได้ฮาครืน อยู่เป็นระยะ
ในบ่ายอีกวันหนึ่งพี่หนกพาเราและเพื่อนของเขา รวมไปถึงพี่ชมพู-อุรุดา โควินท์ หญิงสาวข้างกาย ไปเยี่ยมเยือนผืนดินริมน้ำที่เขาจับจอง แผ่นดินที่พี่หนกบอกกับเราว่าวันหนึ่งเขาจะมาใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ มองไปรอบๆกับกรวดทรายริมลำธาร และฉากทิวเขาทะมึนยามอาทิตย์อัสดง มันเป็นความงดงามของหุบเขาฝนโปรยไพรจริงๆ
เราช่วยกันเก็บฟืนมาทำอาหาร เรื่องเก็บผัก เก็บฟืนนี่พี่หนกคล่องมือมากจริงๆจนบางทีพวกเราได้แต่มอง และเอาใจช่วยอยู่ห่างๆ จากนั้นเราแยกย้ายกันไปนอนแช่ตัวเล่นน้ำในลำธารใสเย็นจนสบายตัว สบายใจ
ก่อนค่ำ ลมแรงเริ่มหอบฝนมาห่มป่า เราช่วยกันตอกกิ่งไม้ขึงผ้าใบบังข้าวของ กว่าจะยึดโยงได้เราก็เปียกปอนไปตามกัน
มื้อค่ำ.. ข้าวสวยกับคั่วกลิ้งไก่หอมฉุย ใบหน้าเราอาบด้วยแสงเทียนผสมแสงจันทร์ นั่งนอนล้อมกองไฟ เรื่องเล่ามากมายผุดพรายในคืนนี้ คืนในความทรงจำที่ผมและพี่นักเขียนที่ไปด้วยกันคงไม่มีวันลืม เป็นช่วงเวลาแสนสั้น แต่มิตรภาพที่พี่หนกมีให้กับพวกเรานั้น จะยังคงอบอุ่น และยืนยาว อยู่ในใจเราตลอดไป เช่นคืนนั้น ในหุบเขาฝนโปรยไพร..
edit @ 26 Jun 2009 00:52:30 by เขียนเอง
เป็นความทรงจำที่ดีนะ เขียนถ่ายรูปสวยและมีอารมณ์ในภาพอยู่เสมอ 
#1 By เต่า on 2006-02-19 08:33