เดินทางใกล้ มองทางไกล
posted on 10 Feb 2006 03:59 by kiennews
"บางวัน" อ.ฝาง -เชียงใหม่
ในบางวัน กับเมืองใหญ่แห่งนี้..นึกขึ้นมาได้ ว่าเราไม่ค่อยได้มองอะไรไกลๆ มานานแล้วนะ
ด้วยระยะโฟกัสของสายตา ต้องไปสะดุดอยู่แค่ตึกน้อยใหญ่ที่ขวางกั้นเราออกไปจากเส้นขอบฟ้า เบื้องหน้า เวลาออกไปถ่ายรูป สัมภาษณ์ ก็ต้องถ่ายคน ถ่ายอะไรใกล้ๆ แทบจะจำไม่ได้ว่าครั้งสุดท้ายที่ได้ปรับโฟกัสภาพที่ระยะอนันต์ มันตอนไหนอย่างไร
กลับเข้าออฟฟิศ ทั้งๆที่มีสวนสาธารณะชั้นดีอยู่ข้างๆ แต่เรากลับปล่อยตัวเองนั่งทำงานอยู่ใต้แสงไฟที่ขาวโพลน สว่างเท่ากันทั้งวันทั้งคืน หลายหนที่ลืมดูเวลาแล้วพบว่า ตัวเองนั่งอยู่จนไม่เหลือใคร ออกไปนอกตึกก็เจอแสงไฟ ไม่เหลือแดดแล้ว
ไม่รู้ว่าคอมพิวเตอร์จำเป็นกับเราขนาดไหน เราถึงต้องมานั่งจ่อมจมอยู่ที่หน้าจอทุกวัน
แล้ววันเวลาในชีวิต แต่ละวันก็ดูเหมือนจะไม่เพียงพอเสีย..ที
......................
ผมไม่ได้เฝ้ามองดวงอาทิตย์ดวงนั้นเพียงลำพังนานมากแล้ว อย่างน้อยก็นานเกินไปในความรู้สึก
วันก่อนออกไปถ่ายรูปเสร็จ มีโอกาสได้ขึ้นแท๊กซี่กลับออฟฟิศตอนเย็น คนขับพาเราขึ้นถนนลอยฟ้า.. เกือบค่ำแล้ว ฟ้าออกแดงจนม่วง มองออกไปนอกกระจกใสที่ไม่ได้ติดฟิล์ม ไกลสุดสายตา ผ่านช่องว่างหว่างช่วงตึก เราได้เห็น ดวงอาทิตย์ดวงโต สีส้มอมชมพู ดูน่ากิน สีช่างเย็นตากว่าที่จะนึกถึงเจ้าวงกลมเดียวกันในตอนบ่าย
รถวิ่งไป พระอาทิตย์วิ่งตาม ผมมองไปพร้อมกับอมยิ้ม.. เงียบๆคนเดียว อยากจะชวนพี่คนขับรถดูด้วยกันก็เกรงใจ
มองไปให้ใจเย็น การที่ได้เห็นดวงอาทิตย์ สีลูกกวาดอีกครั้ง ถึงมันจะไม่ได้อยู่ที่สันภูเขา หรือปลายทะเล แต่การได้เปลี่ยนระยะโฟกัส จากหน้าจอ ไปที่อินฟินิตี้บ้าง มันช่วยผ่อนคลายได้มากจริงๆ
หลายวันมานี้ผม เข้าเน็ตน้อยลง และน้อยลง พยายามพบหน้าค่าตา ญาติพี่น้องตัวเป็นๆนอกจอบ้าง นอกจากจะได้พบคนอื่นแล้ว บางทีผมก็ยังได้พบตัวเองบ้างหลังจากปิดคอมพิวเตอร์แล้วออกไปเดินเล่นเพียงลำพัง
ผมว่าเวลาเราคงมีเสมอ ถ้าเราคิดว่าสิ่งนั้นสำคัญจริงๆ อาจเรียกว่าจำเป็นเลยก็ได้ ในเวลานี้ที่หัวใจเรียกร้องการบำบัดเยียวยา และอะไรจะดีไปกว่าธรรมชาติล่ะ
ช่วงนี้ ตอนเย็นๆ ผมจะพยายามเตือนตัวเอง ให้ออกไปเดินตากแดดอ่อน ก่อนค่ำ
มันอาจอยู่ใกล้ๆ แต่ถ้าเราไม่นึกจะเดินไป มันก็ไกลเหลือเกิน
edit @ 2006/02/10 05:23:16
edit @ 2006/02/10 18:40:31
edit @ 2006/05/24 00:20:54
edit @ 26 Jun 2009 00:39:07 by เขียนเอง

เพลงเพราะจริงด้วย
การใช้ชีวิตอยู่ในป่าคอนกรีต มันช่างต่างจากการใช้ชีวิตอยู่ในป่าที่มีต้นไม้สีเขียวๆ มีฟ้าสีฟ้า
พระอาทิตย์ดวงกลมโตดวงเดียวกันก็กลับให้ความรู้สึกแตกต่าง เมื่ออยู่ในที่ที่แตกต่าง
ระยะอินฟินิตี้มันดีต่อทั้งสายตา และจิตใจ เหมือนเวลาเรานอนมองฟ้าสีเข้มว่างเปล่าไร้เงาเมฆ ไร้จุดโฟกัส แต่เราก็รู้ตัวว่าเรากำลังมองอะไรอยู่ และรู้ตัวด้วยว่า ความสุขหาได้ไม่ยาก แค่พยายามปลดปล่อยตัวเองให้ได้ออกไปสัมผัสกับมัน
จำได้หรือเปล่า ตอนที่เราอยู่คลองเตยด้วยกัน กลับบ้านไป เขียนบอกให้เอานิ้วถูจมูก จะเจอเขม่าควันติดมือเป็นคราบดำปี๋
คืนที่เก็บของกลับเชียงใหม่ เราถ่ายรูปกันในห้องแคบๆ ด้วยฟิล์มหนึ่งม้วนเต็มๆ ด้วยหัวใจกระโดดโลดเต้น เราได้กลับบ้านแล้ว
วันนี้ แม้ว่าเขียนจะกลับไปเดินอยู่ท่ามกลางเขม่าควันดำดำ
แต่เรามั่นใจว่า ในใจของเขียน ไม่เคยถูกเขม่าควันเกาะกินเนื้อที่แม้แต่น้อย
ก็ภาพท้องฟ้าและดอกซากุระที่เขียนเอามาอวดวันนี้ ยังใสปิ๊งเชียวนี่นา
คิดถึงจ้า
#1 By เหมียวเหมียว on 2006-02-10 06:39