ชอบม๊า ชอบม๋า(เก๊า)
posted on 19 Dec 2005 03:35 by kiennews
หมีกล้า ที่หมาเก๊า...
ในความรู้สึกของเรานี่มันชักจะนานเกินไปแล้ว ที่เราหายไปอย่างนี้ จนเรารู้สึกแปลกๆกับตัวเอง เรื่องทีวนเวียนในหัวแต่ละวันมันช่างมากเหลือเกิน มากเกินกว่าจะเขียนไหว บางทีเราก็ไม่รู้ว่าอะไรเป็นสิ่งที่คนอื่นอยากรู้ มันอาจจะไม่ตรงกับที่เราอยากเล่าก็ได้
(......บ่นๆในใจ)
ฮ่องกงในใจเรา.. นึกถึงแต่ตึกและแสงสี ซึ่งพอไปเห็นจริงๆ ก็ไม่ได้ผิดแผกจากที่คิด เพียงแต่ในระหว่างทาง เราก็ได้ซึมซับบรรยากาศที่ต่างจากบ้านเกิด มาพอให้ประทับใจ รู้สึกว่าเวลาที่เราไกลจากบ้าน ไกลจากผู้คนที่รู้จัก ด้านที่ตรงข้ามกับความเหงามันก็เป็นความอิสระ สบายใจดีเหมือนกัน ไม่ต้องคิดอะไรกันให้มาก เมื่อเราออกมาไกลขนาดนี้ ก็เป็นอุบายให้ใจผ่อนคลายลงได้ดีเหมือนกัน พอเราลดความรู้สึกผูกผันกับบางอย่างลง เราก็รู้สึกอิสระได้มากขึ้น
ที่ที่เคย ไปไกลสุดก็เพียง ลาวเพื่อนบ้าน การเดินทางไปฮ่องกงจึงช่างน่าตื่นเต้นเร้าใจยิ่งนัก แต่พอฉุกคิดได้ว่าต้องไปถ่ายรูปเพื่อทำงาน จึงเริ่มวิตกจริตขึ้นมา ก่อนไปสี่วันจึงไปซื้อหนังสือนำเที่ยวฮ่องกงมาเล่มหนึ่ง สารภาพตามตรงว่าเจ้าเกาะฮ่องกงมันอยู่ตรงไหนก็ยังไม่รู้ ตกลงมันเป็นประเทศหรือเป็นส่วนหนึ่งของจีนกันแน่
ยังไม่ทันได้อ่านคู่มือดี ก็ต้องไปแล้ว เลยมั่นใจได้ว่าไปคราวนี้มั่วแน่ ๆ คงเป็นการทำงานที่อาศัยความรู้สึกมากกว่าความเข้าใจ โชคดีพี่คนหนึ่งในทีมที่ไปกันพูดจีนกลางได้คล่องปาก (เรารอดตายแล้ว !) เราคิดเอาว่ายังไงฮ่องกงก็เคยเป็นเกาะเช่าของอังกฤษตั้งนาน ภาษาอังกฤษคงใช้ได้แน่ ๆ ถ้าจวนตัวคงพอเอาตัวรอดได้ อุตส่าได้เรียนภาษามาตั้งกว่า10-20ปี (แต่ก็ยังพูดได้แค่หางอึ่ง) พอสังเกตดูคนที่นี่นอกจากเจ้าหน้าที่ตามสนามบิน กับพ่อค้า ที่ต้องคุยกับชาวต่างชาติอยู่แล้ว เขาจะคุยกับเป็นภาษาจีนแบบกวางตุ้งกันมากกว่าแฮะ (แต่ด้วยหน้าตาเราที่ดูคล้ายญาติเขา เราไปเจอใครเขาก็จะรัวภาษาจีนให้เราแบบไม่ยั้งคิด ต้องอาศัยพี่ยิ้ม ที่พูดจีนได้ ช่วยชีวิตเราไว้ได้หลายครั้ง
คาสิโนที่เป็นทั้งสีสัน(และแสงสีของที่นี่)
ไปฮ่องกงเที่ยวนี้เราไปลงเครื่องที่มาเก๊า ก่อนจะนั่งเรือต่อไปยังฮ่องกงอีกที แม้รวมราคาแล้วแทบไม่ต่างจากการซื้อตั๋วไปฮ่องกงเลยทีเดียว แต่วิธีนี้ทำให้พวกเราได้แวะเที่ยวที่มาเก๊าด้วยอีกที่หนึ่งซึ่งคุ้มค่ามาก มาเก๊าเป็นเมืองที่มีอารยธรรมผสมผสานระหว่างจีนกับโปรตุเกสที่เคยมายึดครอง ตึกรามบ้านช่องสวย ๆ ยังหลงเหลือให้เห็นอยู่มาก มีโซนที่เป็นชุมชนเก่า ๆ อยู่เยอะเหมือนกัน
เทียบกับฮ่องกงแล้ว จังหวะหายใจของที่นี่เนิบช้ากว่ามาก เราแวะหม่าเก๊าก่อนกลับ และทำให้เราเสียตังค์ไปกับ คาสิโนที่มีอยู่ดาษดื่นที่นี่ ไป 50 เหรียญฮ่องกง (คูณ 5.3 บาทเอานะ) ก็ตู้สล๊อตแมสซีนนั่น มันช่างล่อลวงเราเก่งจริง ๆ ตอนแรกกินเงินไปสักพักแล้วก็ให้เราบ้าง พอให้ตายใจ พอเล่นต่อด้วยความเพลินมันก็ค่อยกลืนเหรียญเราไปเนียน ๆ จนหมดตูดแบบไม่รู้ตัว ก็คิดว่าซื้อตั๋วเข้าชมบ่อนก็แล้วกัน เข้าใจเลยว่าทำไมถึงมีคนเล่นจนติด เพราะถ้ามีเงินพอมันจะเพลินเกินห้ามใจ สรุปได้ว่าเป็นอบายมุขที่กลมกล่อมอย่างหนึ่งทีเดียว (ส่วนรูปข้างในไม่ต้องคิดที่จะถ่าย ก่อนเข้าไปได้นี่ก็ต้องตรวจพาสปอร์ต ตรวจกระเป๋า และแปะสติ๊กเกอร์ห้ามถ่ายที่กระเป๋ากล้องเราอีก)
ที่สนามบิน.. .. หม่าเก๊า
ด่านตรวจคนเข้าเมือง เขาน่ารักดีนะมีถ้วยเล็กๆใส่ลูกอมไว้ให้หยิบ กินเล่นระหว่างยืนรอด้วย(เขาห้ามถ่ายรูป แต่ไม่ได้ห้ามแอบถ่าย เลยได้มาภาพสองภาพ)
ดูหน้าสาวคนนี้ สงสัยจะดีใจที่รถเมล์มาเสียที..
เสร็จเรื่องเราก็นั่งรถเมล์เพื่อไปท่าเรือเฟอรี่ที่จะพาเราไปเกาะเกาลูนของ ฮ่องกง รู้สึกว่ารถเมล์เล็ก ๆ ที่นี่เข้าท่าดี คนขึ้นต้องหยอดเหรียญเอาเอง เกินไม่มีทอนให้ ไม่ต้องมีกระเป๋ามาเดิน ไม่มีเสียงเร่งขึ้นรถให้รำคาญใจ รถวิ่งวนรอบเกาะเล็ก ๆ แวะจอดรับคนจนแน่น ก็เบียด ๆ กันไป เขาพูดอะไรก็ไม่เข้าใจ ยิ้มอย่างเดียวปลอดภัยไว้ก่อน ถ้าจะนั่งชมเมืองอย่างเดียว ก็คุ้มนะ เพราะเสียเงินแค่ 2.5 เหรียญเท่านั้น
ในรถminibus
บางช่วงตอนของเมืองก็คล้ายฮ่องกง คือมีอพาทเม้นต์สูง ๆ เบียดกันอยู่แน่น มองไปบางตึกเห็นมีน้ำหยดลงมายังทางเท้า พอเงยหน้าขึ้นมองถึงเห็นเสื้อผ้า กางเกงใน ตากหมาด ๆ อยู่บนชั้นสาม อาจเป็นฝนฮ่องกงที่ไม่น่าเปียกด้วยเท่าไหร่ (กลัวเป็นหวัดนกอะดิ)
ตึกเก๋ๆก็มี..
บะหมี่ที่นี่กินชามเดียวอยู่ครับราคาอาจแพงกว่าบ้านเราสัก3เท่า
แต่ดูในเกี๊ยวมีกุ้งเป็นตัวๆเลย..
วิวก่อนถึงท่าเรือ เมืองเขาน่ารักดีนะครับ
บนเรือข้ามเกาะ มันดูดีน่านั่งมาก ๆ เบาะหนังนุ่มสบายสุด ๆ ยังกับนั่งบนเครื่อง(แต่เบาะในเรือนิ่มกว่าอีก) แอร์เย็นฉ่ำ มีที่เก็บสัมภาระเรียบร้อย เรานั่งกันไป 45 นาทีจึงถึงฮ่องกง ด้วยอาการกระอัก กระอ่วนสะลืมสะลือเพราะคลื่นลม ลมนอกเรือ กับลมในตัวบวกกันจนมวนท้อง และยิ่งอยากจะอาเจียนเพราะได้ยินเสียงอ้วกของเจ๊ แถวหน้าดังเป็นระยะ ๆ ทำเอาเราใจหวิวไปบ้างเหมือนกัน... อาศัยแบ่งกันดมยาหม่องดีจากเมืองไทยจึงเอาตัวรอดมาได้
เรือลำใหญ่แต่คนก็ขึ้นเยอะ
เบาะในเรือ นุ่มน่าหลับดี
edit @ 2005/12/19 04:06:09

ดีว่าเก็บไว้ในword ด้วย
เกือบ เศร้า
#1 By เขียนเอง on 2005-12-19 04:12