"เพลินๆ"                                             อ่างแก้ว มช. 2543

 

 

วันนี้     เพิ่งรู้ข่าวว่า รุ่นพี่คนหนึ่งกำลังจะได้กลับมาเมืองไทย หลังจากดั้งด้นไปเรียนไกลคนละซึกโลกกว่า4ปี

          'พี่ตี๋' จบวิศวะเครื่องกล แต่เลือกไปเรียนถ่ายภาพ หลังจากไปทำงานร้านซ่อมคอมพิวเตอร์ได้ไม่นาน แล้วคิดขึ้นมาว่า อีกหน่อยคนทำงานคอมพิวเตอร์คงมีเกลื่อนเมือง ใครๆก็คงทำได้ไม่ยาก

          เขากลับมานั่งรื้อดูภาพถ่ายที่เขาบันทึกไว้มากมายตลอดเวลาที่อยู่ในชมรมถ่ายภาพ เกิดนึกเสียดายทักษะสั่งสมอีกด้านที่มี ไหนๆมีทางเลือกจะไปเรียนต่อได้โดยทางบ้านสนับสนุนแล้ว เขาจึงเลือกเติมเส้นทางที่เคยก่อร่างมาให้สมบูรณ์มากกว่าเดิม

           จากออสเตรเลีย เขาใช้เวลาสองปีพิสูจน์ตัวเองจนเพื่อนๆและอาจารย์ยอมรับ และได้เป็นชาวเอเชียคนแรก ที่ได้ทุนของสถาบันส่งไปเรียนต่อที่นิวยอร์ก (จริงๆ มีการเสนอชื่อพี่เขาตั้งแต่ปีแรกแล้วแต่ กรรมการของมหาลัย' ไม่เคยส่งคนผิวเหลืองเป็นตัวแทนมาก่อน เลยไม่มั่นใจ เพราะเขาคัดเลือกไปเพียงปีละคนเท่านั้น)

             เขาถ่ายรูปหลากหลาย ตั้งแต่ ชีวิตผู้คนในเมืองใหญ่ธรรมชาติจนไปถึงงานในสตูดิโอ

             ปัจจุบัน เขาเรียนจบแล้ว และกำลังทำงานเป็นผู้ช่วยช่างภาพแฟชั่นอยู่ อีกหกเดือนเขาจะกลับมา ใช้ชีวิต และทำงานที่บ้านเกิด

             น่าทึ่งนะ จบวิศวะ แต่เลือกเรียน รัก และทำมาหากินกับงานถ่ายภาพแต่จะว่าไป ก็ยังมีคนอีกหลายคน ที่ผมได้พบเจอมา เส้นทางชีวิตของเขาก็ไม่ได้ขีดไว้เป็นเส้นตรงต่อเชื่อมจากวิชาเรียนในมหาลัย' เท่าใดนัก

              'พี่เอ' ช่างภาพคนหนึ่งที่ผมรู้จัก ก็จบเทคโนโลยีอาหาร ม.ศิลปากร แล้วก็มาเป็นช่างภาพ นิตยสาร 'Mars' ก่อนโยกมาถ่ายรูปสาวๆ ใน 'Campus' นิตยสารในเครือ อีกเล่มหนึ่ง (อืม..อาหารกับภาพถ่ายเกี่ยวกันไหมเนี่ย)

            แล้วยังมี พี่ 'มิตร' สมิทธิ ธนานิธิโชติ อีกคน เขาเป็นช่างภาพนิตยสาร 'OPEN' ในยุคที่มีคณะบรรณาธิการถึงสามคน (ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา,ปราบดา หยุ่น,วรพจน์ พันธุ์พงศ์) งานภาพบุคคลที่เขาถ่ายเรียบง่าย ได้อารมณ์.. จะมีสักกี่คนรู้ว่าพี่เขาเป็นลูกแม่โดมและเขาเรียนจบคณะรัฐศาสตร์!

             ไม่เฉพาะสายงานช่างภาพ พี่หมอคนหนึ่งที่เชียงใหม่ ก็เรียนจบมาทำบริษัท ออกแบบลายปักครอสติสขาย เพราะมีหัวทางCom คิดโปรมแกรมช่วยคำนวนสีจนกลายเป็นลายปักครอสติส สวยๆได้ (ยี่ห้อ 'pinn'.ตั้งอยู่ที่เชียงใหม่ แต่ผลิตภัณฑ์ไปไกลหลายทวีป)

             เพื่อนพี่ชายอีกคนหนึ่งเรียนวิศวะมาถึงปี 3 จะขึ้นปี 4 อยู่มะรอมมะร่อ ก็กลับตัดสินใจไปเอ็นทรานซ์ ใหม่เรียนแพทย์ซะงั้น(ตอนนี้เขาเพิ่งเรียนจบ แล้วโลกก็กลมดิกทีเดียว เมื่อวันหนึ่งที่พ่อผมป่วยหนักเข้าโรงพยาบาล พี่เขาก็กลายเป็นหนึ่งในหมอของโรงพยาบาลนั้น และหมั่นแวะเวียนมาดูแลถามไถ่อาการของพ่อ จนพ่อกลับบ้านได้ในที่สุด

              เคสใกล้ตัวอีกอันก็ต้องพี่ยุ่น พี่คณะมนุษย์ฯ เมเจอร์ไทย ประธานชมรมถ่ายภาพ ที่เราอยู่สมัยเรียนมช. ตอนเรียนจบก็ได้งานเฝ้าร้านวีดีโออยู่พักหนึ่ง จากนั้นก็ไปทำร้านซ่อมคอมพิวเตอร์ ร่วมทุนกับพี่ๆในชมรม ทำได้สักพักก็เลิกกันไป แล้วจู่ๆนึกไงไม่ทราบได้ เขาก็ไปสมัครเรียน คณะวิจิตรศิลป์ มช. กลายเป็นน้องปีหนึ่งหัวเกรียนชื่อ "เรอเปรี้ยว"เป็นรุ่นน้องที่แก่กว่าพี่ปีห้าซะอีกแน่ะ

                ผมรู้สึกว่าการค้นพบตัวเอง เป็นเรื่องเข้าใจยาก เราคงไม่สามารถเอาแผนที่ชีวิตใครมาลอกทับกันได้ แต่เส้นทางชีวิตคนอื่นที่เราชื่นชม ก็เป็นแรงดลใจให้แก่กันและกันได้เป็นแรงผลักดันใจให้ต้านทานความเกียจคร้าน ห่อเหี่ยวในใจไปได้บ้าง

                ไม่แน่นะ ปีหน้าอาจจะเห็นผมไปยืนขายบะหมี่อยู่แถวๆบ้านที่เชียงใหม่ก็ได้ เช้าไปถ่ายรูปเล่น เย็นเข็นรถขายบะหมี่... ชิล..ชิลนะ

 




edit @ 2005/11/10 04:02:20
edit @ 2006/01/26 19:07:58
edit @ 2006/03/06 17:43:38


edit @ 25 Jun 2009 23:55:25 by เขียนเอง

Comment

Comment:

Tweet

เส้นทางมันพาไปจริงๆ...

#22 By n on 2008-06-04 11:48

รูปสวยครับ คิดถึงมหาลัย

#21 By (125.25.160.102) on 2007-07-16 13:06

"เรามีอิสระเสมอ ในหัวใจของเรา"
คำๆนี้พี่นึกถึงครั้ง แรกตอนเขียนลงใน {SUB} สักเล่มหนึ่ง
คำบางคำ เปรียบเหมือนคาถาในใจเรา..พอนึกถึง ก็จะรู้สึกมีกำลัง
ถ้าพี่จะมีหนังสือของตัวเองสักเล่ม ก็อยากให้หนังสือเป็นชื่อนี้เหมือนกันนะ

#20 By เขียนเอง on 2006-05-18 21:41

ขอบคุณข้อความของพี่เขียน
ที่วันนี้บังเอิญได้มาอ่าน
จิตใจที่เคยห่อเหี่ยวคิดจะเปลี่ยนเส้นทาง
ความฝันจากเดิมออกไปซะ ทั้งๆที่ได้เดินเข้ามาในเส้นทางที่ฝันแล้ว แต่อยู่ๆ ใจมันเริ่มไม่ไหว อยากกระโจนออกมาสะงั้น แต่ตอนนี้ได้อ่านข้อความของพี่มันทำให้หัวใจชุ่มช่ำอีกครั้ง และมีความสุขกับการไต่ไปตามเส้นฝันของตัวเองได้อย่างไม่เกว่งไกวอีกต่อไป แต่ถ้ามันเกิดแกว่งไกวอีกครั้ง จะลองนึกถึงเรื่องราวของคนอื่นๆ เพื่อสร้างพลังอีกนะ ขอบคุณค่ะ

#19 By tooktook (202.142.193.15) on 2006-05-16 17:27

พี่ยุ่นเป็นเหมือนเราเลยอะพี่เขียนจริงๆหน่ะเรามาเรียนฝรั่งเศสเราได้เรียนวรรณคดีฝรั่งเศสเราเรียนไปมันไม่ใช่ตัวเรา เราเลยสมัครเรียนปีหนึ่งของสังคมวิทยาอ่ะเหมือนกันเด่ะ

#18 By cheewa on 2006-02-21 06:23

พี่ยุ่นเป็นเหมือนเราเลยอะพี่เขียนจริงๆหน่ะเรามาเรียนฝรั่งเศสเราได้เรียนวรรณคดีฝรั่งเศสเราเรียนไปมันไม่ใช่ตัวเรา เราเลยสมัครเรียนปีหนึ่งของสังคมวิทยาอ่ะเหมือนกันเด่ะ

#17 By cheewa on 2006-02-21 06:23

นั่นสินะ...
คนเราเป็นอะไรได้หลายอย่าง

แค่ได้ทำในสิ่งที่รัก..ก็คงมีความสุขแล้วมั่ง
ว่าแล้ว..เราจะมีโอกาสที่ได้ทำในสิ่งที่รักอย่างแท้จริงหรือเปล่าเนี่ย

#16 By นู๋กิ๊บ (203.156.89.42) on 2006-01-28 15:33

คนเรา .. มีชีวิตเดียว ..
ทำไร ... ทำเหอะ แต่ ทำแต่สิ่งดี นะ
***
คนเรา .. ต้องค้นหาว่าตัวเอง..
ทำสิ่งไหน แล้วมีความสุข ...
อาจจะเป็นสิ่งไม่ถนัด ...
แต่ เป็นสิ่งที่เรารัก + ชอบ ต่างหาก ...

#15 By (210.1.27.203) on 2005-11-10 03:12

พี่ทำให้ผมคิดถึงอ่างแก้วขึ้นมาติดหมัด

ถ้าจะให้เรียงลำดับถึงสิ่งที่คิดถึงในมอชอ. อ่างแก้วจะติดอันดับต้นๆ

ที่ๆเคยแหกตาตื่นแต่เช้าไปดูพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้า บนคันอ่างแก้ว

ที่ที่เคยไปแอบดูหลังฝนตก

ที่ที่ตอนเช้าหมอกลงก็ไปดู

ที่ที่ตอนเย็นๆก็แอบดูเขาพิงกัน หรือเขากอดกัน

ที่ที่ไปนั่งดื่มกันกลุ่มใหญ่ในวันลอยกระทง

ที่ที่เคยบอกรักใครบางคน หรือที่ที่เคยนอนหนุนตักใครคนนั้น

คิดถึงเสมอจริงๆ

สบายดีนะครับ

#14 By เบน on 2005-11-02 12:54

แวะมาบอกว่า
เมื่อวานเลยทำไข่เจียวต้นหอมกิน
แต่อร่อยสู้ที่เขียนทำให้กินไม่ได้อ่ะ
เย้ เย...

ฟังเพลงได้แล้ว- -
อื้ม เพลงเพราะ แต่ทำเราเหงาจัง

#11 By lonely bird (58.10.138.241) on 2005-10-31 22:44

ก็ไม่แน่ไม่นอนเนอะ
สำหรับเรา ทำอะไรก็ได้ ขอให้มีความสุข
ถึงจะขายบะหมี่ ก็ได้นะ ถ้ามีความสุขที่จะทำ

#10 By @ I'm a Box @ on 2005-10-30 16:55

จริงค่ะ
ชีวิตไม่มีไรแน่นอนเลย
ชะตาชีวิตเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
หากหาตัวเราเจอได้เร็ว
ก็จะมีความสุขเร้วขึ้น
---
อ่านเรื่องนี้จบ ทำให้รู้สึกมีกำลังใจจังค่ะ
เพราะตอนนี้กำลังค้นหาตัวเองอยู่ค่ะ

#9 By ว.26 on 2005-10-28 02:08

จะขายบะหมี่หรอ
เมื่อไหร่ล่ะ จะไปอุดหนุน
พ่อค้าเขียน

#8 By NooDee (58.11.1.11) on 2005-10-27 19:54

ถ้าเช้าถ่ายรูปเล่น เย็นๆ ขายบะหมีแล้วมีความสุขก็ทำไปเถอะค่ะ เพราะหลายๆ คนยังหาตัวเองไม่พบ และอีกหลายคนก็ไม่กล้าทำอย่างที่ใจตัวเองคิด ดังนั้นหลายๆ คนก็ไม่มีโอกาสทำในสิ่งที่ตัวเองรัก

#7 By (202.28.27.3 /202.28.245.87) on 2005-10-26 21:14

เราอ่ะชอบไข่พี่เขียน ..เอ๊ย ... ไก่ทอดน้ำพริกหนุ่มร้านพี่เขียนเสมอ


เพราะลดแลกแจกแถมจนเจ๊า 55555555

#6 By สวัสดี on 2005-10-26 10:02

สวสดีครับ คุณ bottle of blues รุ่นน้อง มหาลัย' (หรือเปล่า)

คุณหัวใจเดินทาง หวังว่าจะได้ทำตามที่หวังนะครับ อืมม ถ้าเส้นนั้นมัน ยังไม่มั่นคง ยังไง ก็ลดน้ำหนักสักหน่อยก็แล้วกันนะครับ

พี่lonely bird ใช่แล้ว แค่เรารู้ว่าเราอยู่ตรงไหน แล้วเรารื่นรมณ์กับชีวิตได้บ้าง..(อย่างเช่น ไปตีปิงปองใช่ปะ)
แต่ผมชอบแผนที่อะพี่ สงสัยติด..


เหมียว...อิอิ ดีใจนะที่มีคนอยากกินไข่เจียวต้นหอม..อีก

#5 By เขียนเอง on 2005-10-25 19:03

ถ้าเขียนจะขายบะหมี่
เราขอสั่ง "ไข่เจียวต้นหอม"
ด้วยได้ป่าวอ่ะ คิดถึงจัง
เพิ่งเคยเห็นอ่างแก้ว
บรรยากาศดีจังนะ- -
ได้กลิ่นลมหนาวโชยมาเลย

อ้อ ถ้าเขียนไปขายบะหมี่จริงจริง
ต้องเป็นบะหมี่ที่อร่อยที่สุดในโลกแน่แน่
อย่าลืมไก่ทอดด้วยล่ะ...
ยังไม่ได้ชิมเลยนั่น

บางทีการเดินออกนอกเส้นทางบ้าง
ไม่ต้องไปตามแผนที่- -
ก็ทำให้เราค้นพบสิ่งใหม่ใหม่
เป็นการถากถางพื้นที่ให้ชีวิตเพิ่ม

การค้นพบตัวเอง และฝันของเราอาจไม่ยิ่งใหญ่
หรือบางคน ไม่มีกระทั่งความฝันด้วยซ้ำ
นั่นไม่สำคัญหรอก- -

แค่เรารู้ว่าอยู่ตรงไหน
แล้วเรารื่นรมย์กับชีวิตได้บ้าง
ไม่ต้องกางแผนที่ ก็ไปถูก...ใช่มั้ย

#3 By lonely bird (210.1.42.225) on 2005-10-25 13:16

"มรู้สึกว่าการค้นพบตัวเอง เป็นเรื่องเข้าใจยาก เราคงไม่สามารถเอาแผนที่ชีวิตใครมาลอกทับกันได้ แต่เส้นทางชีวิตคนอื่นที่เราชื่นชม ก็เป็นแรงดลใจให้แก่กันและกันได้ เป็นแรงผลักดันใจให้ต้านทานความเกียจคร้าน ห่อเหี่ยวในใจไปได้บ้าง"

ขอบคุณข้อความของคุณเขียนมากนะครับ ทำให้ผมมีกำลังใจในการค้นพบตัวเองมากขึ้น แม้ว่าตอนนี้เส้นลางๆ ที่รอให้ผมกระโดดข้ามไปนั้นยังไม่ชัดเจน แต่ผมก็เชื่อว่าสักวัน เส้นบางๆ เส้นนั้นจะเป็นเส้นที่มั่นคง พอที่จะรับน้ำหนักตัวและหัวใจของผมได้เหมือนกันครับ
ดีฮะรุ่นพี่มหาลัย














#1 By dreamscape on 2005-10-25 03:35