' play ' _เช้าก่อนเข้าเรียน รร. อนุบาลเชียงใหม่ ' 2544

        

              เพิ่งกลับมาจาก บ้านที่เชียงใหม่ กลับไปได้แค่สองวันเอง(จริงดิ) ยังไม่ทันหายใจเอาอากาศดีๆไว้เท่าไหร ก็ต้องกลับมาผจญภัยในเมืองหลวงอีกแล้ว

          ดีใจที่ได้เห็น พ่อกับแม่แข็งแรงและมีความสุขดี (อย่างน้อยก็เวลาที่เราอยู่ที่นั่น พร้อมหน้ากัน ทั้งครอบครัว) เวลาดีๆในชีวิตอย่างนี้ ก็ไม่รู้จะอยู่ได้นานขนาดไหน ยังไงก็ขอเก็บความรู้สึกดีๆไว้ให้ชื่นใจ เป็นพลังฟ่าฟันอุปสรรคในวันต่อๆไปก็แล้วกัน

          ก่อนกลับมา ได้กอดแม่แน่นๆ ประมาณครึ่งนาที(อยู่ๆก็อยากกอดขึ้นมา หลังจากไม่ได้กอดแม่นานมากแล้ว รู้สึกว่าแม่แก่ลงไปเยอะแฮะ แต่หลังแม่ก็ยังตึงอยู่ คงเพราะซักผ้า ทำงานบ้านทุกวัน..อืม..ก็ไม่ได้พูดอะไร แต่ก็คิดว่าแม่จะรู้นะว่าเรารู้สึกอย่างไรในตอนนั้น กับพ่อ..เราไม่เคยกอดอย่างนี้เลย..เขินๆอ่ะ (แต่พ่อคงจะอิจฉาแม่บ้างนะ) พ่อแค่ตบไหล่ เราเบาๆขอให้เราโชคดี แค่นี้ก็กลับไปทำงานสบายใจแล้วล่ะ

         อายุ.. ที่มากขึ้นทั้งพ่อแม่และตัวเรามันทำให้เราคิดเสมอๆว่า เรากำลังทำอะไรเพื่อใครกันแน่.. แล้วเรากำลังมีความสุขแค่ไหนกับสิ่งที่เราทำอยู่

          วันนี้ลูกพี่ลูกน้องคนหนึ่ง บ่นให้ฟังว่าเพื่อนมาตื้อให้ทำ แอมเวย์ คงไม่ต้องบรรยายอะไรมากว่าน้องเขาซึ่งไม่ได้รู้สึกว่าความร่ำรวยเป็นภารกิจ ของชีวิตจะอึดอัดแค่ไหน มนุษย์เราคงมีหลายประเภท นิยามเกี่ยวกับ ความสุขและความสำเร็จก็คงต่างกัน ใยเราต้องพยายามดึงใครให้เป็นอย่างที่เราเชื่อขนาดนั้น

         จะว่าไปสิ่งที่ผมเคยเจอมาก่อนก็ไม่แตกต่างจากน้องเขาเท่าไหร่ เผลอๆจะอาการหนักกว่าด้วย คือมีเพื่อนที่เขา "หวังดี" อยากให้ผมและพ่อแม่ สุขสบายเร็วๆ และหลุดออกไปจาก สนามแข่งหนู(ที่เขาคิดว่าเขาติดอยู่ในนั้น) ดังที่หนังสือ How to เล่มดังเคยบอกสอนไว้(ผมซื้อมาอ่านแล้วเหมือนกัน)

          ผมว่าถ้าผมจะเชื่อผมเชื่อพระพุทธเจ้า มากกว่าคนเขียนหนังสือเล่มนั้นแน่ๆ แม้พระองค์ท่านจะบอกว่าอย่าเชื่ออะไรง่ายๆกระทั่งจะเชื่อตามคำสอนในศาสนา พุทธที่ท่านกล่าวเอง ก็ต้องผ่านการทดลองปฏิบัติ จนรู้เห็นได้เองด้วยตนเองก่อนเท่านั้น (ทุกวันนี้ ที่เห็นก่นด่าศาสนากัน เพียงเพราะเห็นข่าวไม่ดีของพระของเจ้า ไม่รู้ว่าเขาเข้าใจศาสนาแค่ไหน และเขาเคยศึกษาทดลองแล้วหรือยัง)

         หนทางค้าขายแบบเครือข่ายนั้น สุดท้ายผมก็สมัครไป (จะว่าไปในตอนนั้นก็โดนเพื่อนกล่อมไปจนงงเหมือนกัน) แล้วก็ไม่ได้สนใจจะขายเลย จนหมดอายุ1ปีที่เป็นตัวแทน ถึงเวลาก็แกล้งลืมต่ออายุไปซะอย่างนั้น จำได้ว่าขายได้หนสองหนจากเพื่อนแม่ที่เขารู้ว่าผมทำ และชื่นชอบสินค้านี้อยู่แล้ว

          ที่สุดแล้วผมก็ได้รู้จักระบบของเขา ผมรู้ว่ามันทำให้เรารวยได้จริงถ้าทำตามที่เขาบอกสินค้าเขาก็ดีจริงสมราคาค่า ตัว แต่มันก็ไม่ใช่สิ่งที่จำเป็นสำหรับชีวิตผม ก็เท่านั้นเอง บทสรุปชีวิตคนเราไม่น่าจะสำเร็จรูปขนาดนั้น และแม้กระทั่งการบริโภคสิ่งต่างๆ ทางเลือกน่าจะมีมากกว่าหนึ่งไม่ใช่หรือ..

         แล้วเรามีชีวิตเพียงเพื่อทำอะไรแค่นี้หรือ หรือเราทำอะไรได้มากกว่านั้น..

 

 



edit @ 2006/01/26 19:08:36
edit @ 2006/08/02 15:19:01



edit @ 25 Jun 2009 23:53:15 by เขียนเอง

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ผมก็เพิ่งกลับไปบ้านมา ความรู้สึกอบอุ่นในบ้านที่มีมากขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก ทำให้คนที่อยู่ไกลไม่ต้องคอยเป็นห่วงเหมือนเดิม อาจเพราะพ่อและแม่อายุมากขึ้น ความขัดแย้งต่างๆ จึงน้อยลงก็เป็นได้

อยากให้ความรู้สึกแบบนี้เพิ่มขึ้น เพิ่มขึ้น และอยู่กับเราไปนานๆ จังเลยครับ

เรื่องสนามแข่งหนูนี่ เคยได้ยินมาเหมือนกันนะครับ ตอนนี้ก็กำลังลงแข่งอยู่อย่างขมักเขม้น ไม่รู้เหมือนกันว่าเมื่อไหร่จะถึงเส้นชัย และปลดระวางตัวเองเสียที
เขียนเป็นได้มากกว่าช่างภาพจริง ๆ นะเนี่ย

#2 By no one on 2005-10-18 08:22

เรียนจบใหม่ใหม่
เพื่อนชวนไปขายแอมเวย์เหมือนกัน
ยอดฮิตเลยนะนั่น...
ตกกระไดพลอยโจนสมัครไว้
แต่ก็ไม่ได้ขาย เพราะขี้เกียจซะงั้น

เวลาผ่านไป- -
ลองผิดลองถูกมาเรื่อย
ทำให้รู้ว่าเราควรจะเดินไปในทิศทางใด
แม้ว่าจะยังลังเลกับชีวิตอยู่บ้าง
แต่สิ่งที่ชัดเจนในใจก็จะทำให้เราไม่หลงทางอีกแล้ว

ชาร์จแบตชีวิตด้วยการสวมกอด
คนที่รักเราที่สุดในโลก เป็นวิธีที่ดีจริงจริง
ทำให้เรากลายเป็นยอดมนุษย์ได้
ในร่างคนธรรมดา- -

#3 By lonely bird (58.10.139.119) on 2005-10-18 10:57

เวลากลับไปอยู่พร้อมหน้าพร้อมตามันช่ามีความสุขเสีจริงๆ

ความสุขไม่เห็นต้องมีอะไรมาก
แค่ความสุขนะ
ไม่ต้องคิดมาก
ยิ้มๆ

#4 By simplified on 2005-10-19 03:34

ขอบคุณนะคะก๊อเขียน สำหรับคำแนะนำในวันนั้น ตอนนี้สำหรับเรื่องการตามตื้อไม่มีอีกแล้ว ทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้คิดว่าน้องคนนั้นคงเข้าใจ ไม่ก็ไม่อยากเสียเวลากะคนคนเดียวไปมากกว่านี้แล้ว

คุยกะก๊อเขียนทำให้ได้แนวคิดอะไรดีๆ เยอะเรยนะ อย่างน้อยตอนนี้คำว่า "กรรม" มันทำให้ใจสงบลงแยะ เวลาเกิดอะไรที่เราไม่ชอบขึ้น ไม่เดือดร้อน เพราะเราตามทันความคิดและความรู้สึกของตัวเราเอง เรารู้ว่าเราทำอะไร ทำแล้วรู้ว่ามันไม่ดีให้หยุดซะ ก็เท่านั้น

ขอบคุณนะคะ ขอบคุณจริงๆ ขอบคุณค่ะ ขอบคุณ

#5 By ส้มเอง (202.28.27.3 /202.28.245.65) on 2005-10-20 02:40

อิจฉาพี่จังค่ะ
อยากมีบ้านต่างจังหวัดจัง
อยากใช้ชีวิตที่เงียบๆ ไกลไกล
คงจะมีความสุขมากเลยเนอะ..
........
เรื่องธุรกิจเครือยข่าย
เคยเจอชวนไปทำเหมือนกันค่ะ
ทุกวันนี้รู้สึกกลัวกับงานลักษณะนี้ค่ะ
อาจเป็นเพราะเราไม่ค่อยได้ศึกษาด้วยมั้ง
แต่รวมๆ คือ ไม่ชอบน่ะ
เพราะเราคงรวย และทำแบบที่เค้าว่าไม่ได้หรอก

#6 By ว.26 on 2005-10-20 02:43

เงียบไปนาน

#7 By no one on 2005-10-21 22:05

พี่เขียน สวัสดี
แวะมาเยี่ยมเยียน ตามคำชักชวน
ยินดีที่ได้รู้จักอีกครั้งจ้า

#8 By วาเว๋ย (203.118.121.1) on 2005-10-24 12:20

มาเยี่ยมแล้วนะพี่เขียน

#9 By หนูดี (58.11.1.11) on 2005-10-24 17:23

Google is the best search engine

#10 By iXabWcFlEuD (85.255.113.78) on 2007-03-02 18:57

#11 By เเพร (202.129.35.69 /10.0.1.149) on 2007-09-03 11:28

แป้ง

#12 By (202.129.35.69 /10.0.1.149) on 2007-09-03 11:29

แป้ง

#13 By (202.129.35.69 /10.0.1.149) on 2007-09-03 11:29

เขียนครับ พูดถึงแอมเวย์ ทำให้ผมนึกถึงพี่เต้ย-ทินกร ไปบ้านแกมักจะเจอผลิภัณฑ์ยี่ห้อนี้ในหลายมุมของบ้าน ไม่ใช่แกขายหรอก แกมีเพื่อนเยอะ

เวลามองจากมุมที่ยืนต่างกัน ภาพที่ได้ก็ต่างไปใช่ไหมเขียน...

#14 By จารี (202.57.168.193) on 2009-05-29 22:57