รึเปล่า...

posted on 24 Jun 2009 01:58 by kiennews

          เพียงดาว...                                                                                                ดอยช้าง-เชียงราย 2552              

 

 

                 ฝนนอกหน้าต่างกำลังลงหนัก ต้นไม้นอกชายคาคงฉ่ำชื่นไปด้วยเม็ดฝนพรำ ดินภายนอกกลิ่นหอมชุ่มชื่น ส่วนภายในใจผมตอนนี้ก็ชุ่มฉ่ำไม่แพ้กัน

                เทียบเคียงกับเสียงฝนกระทบหลังคา บางครั้งเสียงหัวใจก็เต้นดังระรัวไม่ต่างกัน บ่อยครั้งเสียงมันอาจดังกว่าความคิด และดูมันจะทำงานหนักกว่าเพื่อนอวัยวะอื่นในองคาพยพนี้ หรือผมจะเป็นโรคหัวใจก็ไม่รู้ 

                หากผมเป็นดาวสักดวง ช่วงสามเดือนมานี้ ผมได้พบดาวดวงหนึ่งผ่านเข้ามาในวงโคจรของดาวผม ด้วยพลังบางอย่าง ผมรู้สึกตัวว่ากำลังถูกดูดดึงเข้าไปหาเธอ ทั้งที่ตอนแรกคิดว่าเธอจะเป็นเพียงดาวหาง ที่นานปีจะผ่านมาแล้วก็ผ่านเลยไปไกลลิบตา

                ไม่รู้แรงดึงดูดมหาศาลนี้เกิดขึ้นอย่างไร แต่คำตอบคงไม่สำคัญเท่าไหร่ เพราะสิ่งที่เห็น และประสบการณ์ทางใจนั้น น่าสนใจใคร่ครวญมากกว่า

                แต่ก่อนที่จะหาเหตุผลใด ๆ มาอธิบายปรากฎการณ์ ผมคิดว่าตอนนี้ผมเริ่มหมุนวนไปรอบ ๆ เธอเสียแล้ว

                แม้จะไม่แน่ใจว่าวงโคจรของเธอเป็นเช่นไรในห้วงอวกาศอันมืดมิดนี้ แต่ผมรู้สึกได้ว่า ดวงดาวของผมอบอุ่นขึ้น...

                และมันกลับมีชีวิตชีวาขึ้นมาอีกครั้ง

                ................ .... ..

                หลายวันก่อน จู่ ๆ ดาวดวงนี้ถามผมว่า ผมเบื่อเธอหรือเปล่า

                ผมตอบเธอไปในตอนนั้นว่า ตั้งแต่วันที่ผมเห็นเธอผ่านเข้ามาจนถึงวันนี้ มีแต่จะรู้สึกดีขึ้นเท่านั้น...

                อาจตอบไม่ตรงคำถาม แต่มันก็ตรงกับที่ผมอยากบอกออกไป แม้จะไม่สามารถบอกไปได้ทั้งหมดก็ตาม

                บางที ดาวดวงนี้คงมีเรื่องให้คิดไม่น้อย

                ............................

                ที่ผมคลั่งใคล้เธอได้ขนาดนี้  ดวงดาวใกล้ชิดมักเตือนว่า แค่สามเดือนอาจจะยังไม่พ้นช่วงโปรโมชั่น... แล้วอีกกี่วัน กี่เดือน กี่ปีหนอ โปรโมชั่นนี้จะหมดลง

                ถ้ามันคล้ายโปรโมชั่นของระบบโทรศัพท์ ถึงวันหนึ่งจะสิ้นสุดโปรโมชั่น แต่มันก็เป็นเบอร์ที่ผมจดทะเบียน และหวังว่าคงไม่ต้องเปลี่ยนไปใช้เบอร์ไหนอีก เพราะผมชอบเบอร์นี้

                 หรือเอาเข้าจริง เราก็ยังเปลี่ยนหรือต่อโปรโมชั่นได้อีกถ้าเราต้องการ แม้จะเสียเงินเพิ่มบ้างแต่ก็คุ้มค่ามิใช่หรือ

                   ..........................

        เพื่อนรักนักเขียนของผมคนหนึ่งเคยนิยามความรักให้ผมฟังว่า มันเป็นผลไม้ที่ให้ผลได้ไม่จำกัดฤดูกาล และไม่มีทฤษฎีใดบอกได้ว่า ผลของมันจะสุกงอมเมื่อไหร่

                ถ้าตอนนี้ผมกำลังเป็นชาวสวนที่เพาะปลูกไม้ผลชนิดนี้ ผมก็ไม่รู้ว่าผมต้องรออีกนานแค่ไหน หรือจะเบื่อไหมที่ต้องรอคอย

                คิดไปสักพักก็ตอบตัวเองได้ว่า แท้ที่จริง ความสุขมันน่าจะเริ่มต้นตั้งแต่เราลงมือลงแรงปลูกต้นไม้นี้แล้วล่ะ

                ก่อนพืชจะให้ผล มันก็คงต้องการเวลา การดูแล รดน้ำพรวนดินอยู่ไม่น้อย

                เราไม่จำเป็นต้องรอเวลาสุขใจแค่ตอนได้เก็บเกี่ยวพืชผล เพราะมันน่าจะชมชื่นใจได้ตั้งแต่เห็นต้นไม้ค่อยเติบโต ผลิดอกออกรวงสวยงาม

                เป็นธรรมดาที่เราต้องให้เวลาและ ใส่ใจอย่างเพียงพอ ต้นไม้นี้ถึงจะงอกงามตามเป็นจริง

                ถึงรู้ตัวว่าใจร้อนก็จริง แต่ผมก็ไม่ชอบใช้สารเคมี คงต้องใช้ปุ๋ยธรรมชาติ ซึ่งให้ผลได้ไม่เร็วนัก แต่ช้าหน่อยก็คงไม่เสียหายอะไร

                มันจะวิเศษแค่ไหนถ้าเราปลูกต้นไม้นี้จนเป็นไม้ยืนต้นแข็งแรง ที่แม้ไม่ดูแลมากมายมันก็ยืนอยู่ได้ด้วยตัวเอง รากยึดโยงแข็งแรงต้านทานลม ฝน และเป็นร่มเงาให้เราได้เย็นชื่นในใจในวันหนึ่ง หาใช่เป็นเพียงพืชล้มลุก ที่อยู่เพียงไม่กี่ฤดู ก็หมดสิ้นอายุขัย

        เบื่อน่ะเบื่อกันได้ หรืออาจจะเหนื่อยจนต้องพักเอาแรงบ้าง แต่ในเมื่อเรารักที่จะใส่ปุ๋ย รดน้ำ พรวนดินแล้ว หากไม่ได้ฝืนใจ เราก็สามารถมีความสุขกับการงานเหล่านี้ได้ทุกวัน

                ในทุกวัน เราจะได้เฝ้ามองต้นไม้นี้เติบโต ช้า ๆ แต่ว่ามั่นคง

                คิดไปถึงความเบื่อ ผมนึกไปเพลิน ๆ ก็นึกไปถึงบางอย่างที่เราอยู่กับมันได้ทุกวัน ผมนึกถึง ข้าว- ลมหายใจ และครอบครัว

                เรากินข้าวทุกวัน คงเพราะเราหิวข้าวทุกวัน ถ้าหิว ๆ ลองได้เห็นข้าวกล้องหุงหอม ๆ สุกใส่จานวางใหม่ ๆ ขี้คร้านว่ายังไม่ทันได้ลงช้อน ผมก็จะก้มไปเอาปากงับข้าวกินเสียก่อน ด้วยว่าทนความหอมไม่ไหว ( อาจจะคล้ายแก้มใส ๆ ของใครบางคน )

                เราหายใจ... โดยไม่ต้องคิดว่าเบื่อหรืออยาก เพราะเราขาดอากาศไม่ได้ เรายังต้องหายใจอยู่ทั้งวันทั้งคืน บางคนก็จำเป็นแก่ใจเราเช่นกัน หากต้องจากกันไป มันอาจทำให้ใจหาย... 

               ถ้าเรารู้ตัวว่าใจหาย อย่างน้อยก็ขอให้รู้ว่ายังหายใจอยู่ หายใจให้ลึก ๆ ยาว ๆ ไว้ จงหายใจอย่าให้ใจหาย...

              ครอบครัว... เกิดมาพ่อ-แม่และพี่ชายของผมก็รอท่าอยู่แล้ว จากนั้น ความรักก็สร้างความผูกพันให้เราเรียกมันว่าครอบครัว

                จะว่าไปผมก็เคยเบื่อพี่ชาย เซ็งแม่ ทะเลาะกับพ่อ มาแล้วทั้งนั้น เราต่างผ่านช่วงเวลาร้ายดีมาด้วยกันตลอดชีวิตน้อย ๆ ของผม

                ผมว่าเราอาจจะเบื่อกันได้บ้างตามอารมณ์แปรปรวนของมนุษย์โลก แต่คำถามสำคัญกว่านั้น มันอาจจะเป็นว่า

                  เรายังรักกันอยู่ใช่ไหม  

          ถ้าแท้จริงมันยังคง ใช่ ตรงกัน เราเบื่อกันบ้างจะเป็นไรไป

             ตอนนี้ผมมี พ่อ-แม่-พี่(+พี่สะใภ้) เป็นคนในครอบครัวอยู่แล้ว ผมไม่รู้หรอกว่าเธอจะอยากเป็นคนในครอบครัวผมบ้างไหม

                .....................

                  หลังจากผมโคจรอยู่รอบตัวเธอมาได้พักหนึ่งผมก็ได้แต่หวังว่า หากความรู้สึก มวลสารความผูกพันของเรา ออกแรงดึงดูดกันและกันได้มากพอ หากมันใกล้เคียงกัน

             สักวันผมหวังว่าดาวของเธอจะหมุนรอบตัวผม... อย่างที่ผมหมุนรอบเธอ* 

 

 

 ปล. *ได้แรงบันดาลใจในการใช้คำจากเพลง "เธอหมุนรอบฉัน... ฉันหมุนรอบเธอ" แต่งโดยพี่จิก-ประภาส ชลศรานนท์ ใครไม่เคยฟัง ลองคลิกเข้าไปฟังดูนะครับ 

 


 

edit @ 24 Jun 2009 02:10:43 by เขียนเอง



olor=cc6600"

edit @ 30 Jun 2009 12:54:37 by เขียนเอง

 'ลอยลม'                         ดอยช้าง - วาวี เชียงราย วันปีใหม่'52                                                     

..

.

.

 

  ผมเคยคิดถึงชีวิตที่มั่นคง และอยากมีอิสระ    

   พอคิดดี ๆ เริ่มเห็นว่าความมั่นคงก็ทำให้อิสระหายไปได้
  
   และอิสระ ก็ทำให้ไม่มั่นคง..ได้เช่นกัน
 
   หลังจากเป็นอิสระทางการงานมาสักพัก... แต่ก็เป็นแค่งานหนึ่งไปสู่งานอีกแบบหนึ่งกระมัง..

   เคยคิดอยากมีงานที่มั่นคง และทำไปวัน ๆ มีกินมีใช้

   แต่บางทีเราก็ตั้งคำถามนะ อะไรดีกว่ากัน ความอิสระ หรือมั่นคง หรือจะมีทั้งสองอย่างพร้อมกันไปได้
   
    ในเมื่อเราไม่ได้เห็นตามอย่างหนังสือ "พ่อรวยสอนฯ " ที่บอกว่าที่สุดแล้ว ให้ใช้เงินทำงาน
 
    และมีอิสระทางการเงิน  
   
    ในแง่่หนึ่งผมคิดว่า การมีความสุขในการครอบครองได้มาก และบอกว่าตัวมีอำนาจ นั่นก็เท่ากับไม่รู้ตัวว่าเรากำลังเป็น "ทาส"ของสิ่งเหล่านั้นเช่นกัน

  
     ความเป็นจริงมักถูกหลงลืม(หรือแกล้งลืม)
 
     อุบัติภัย อุบัตเหตุ ที่ใกล้ชีวิตเราเข้าทุกที กระทั่งโรคติดต่อ โรคเฉียบพลัน มะเร็ง สารพัดที่จะพรากชีวิตเราไปได้ก่อนวัยอันควร ทำให้
คิดถึงคำว่า"ชีวิตนั้น..แสนสั้น" 

  ใครจะไปรู้ เห็น ๆ กันอยู่ จู่ ๆ ก็จากหายไปจากชีวิตกันและกันได้ไม่คาดฝัน

(จะว่าไปก็มีทั้งจากเป็น และจากตาย)

  หนังสือพิมพ์พาดหัวให้เรากลัวอยู่ทุกวัน

   แล้ววันนี้ เราเข้าใจชีวิตสั้น ๆ ของเราดีแค่ไหนกัน
 
  เราเชื่ออยู่ลึก ๆ ว่าหนทางอิสระที่แท้ มันไม่น่าจะเริ่มจากการสั่งสมสินทรัพย์อันใด..

  แต่น่าจะเป็นเรื่องภายในใจเท่านั้นเอง 


  และเราจะมีความมั่นคงแท้จริงได้ ก็น่าจะเกิดจากใจที่สงบ สันดิ ไม่สั่นคลอนหวั่นไหว..ไปตามโลกต่างหาก
 
   หากเราจะอิสระได้อย่างแท้จริง.. ก็ด้วยการปลดปล่อยดวงใจออกจากการยึดเกาะทุกสิ่งที่ทำให้เราหนักอยู่ในเวลานี้มากกว่า

     คงอย่างที่คำพระท่านว่า "ทุกอย่างเกิดที่จิต ดับก็ต้องที่จิต"

   ส่วน หน้าที่.. เราทำประโยชน์ อะไรแก่คนอื่นแลกข้าว แลกความเป็นอยู่ที่ปลอดภัยได้ก็ทำไปเถิด

    อิสระหรือมั่นคง..นั้นล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องภายในทั้งสิ้น..
 
    แล้วจะกังวล หรือบ่นบ้าไปทำไม
 
     ทำใจ..ให้ดีเถิด

 

..

.

.

ปล. เรื่องนี้ผมเคยเขียนไว้ใน hi5 มาก่อน พอย้อนไปอ่าน ก็ยังรู้สึกดีเลยเอามาปัดฝุ่นปรับแต่งลงในนี้อีกครั้ง

   เป็นเรื่องที่ผมอยากใช้ชื่อเรื่องเหมือนกับที่เคยเขียนเรื่องชื่อนี้ไว้ครั้งหนึ่่งนานแล้ว...เพราะมันตรงใจที่สุด

ชงรส_ชงรัก

posted on 16 Apr 2009 22:36 by kiennews
                                 'ดาวพฤหัส'                      ร้าน'เอ็กเต็งผู่กี่' เยาวราช - 2551

 

...

..

.

 

                                                                       ความอดทนรอเป็นศิลปะอย่างหนึ่งในการใช้ชีวิต....

                                                                  ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา {SUB}magazine # 9

 

 

             กาแฟดี ๆ ถ้วยหนึ่งใช้เวลาชงสัก 4 นาทีในน้ำใกล้จุดเดือด และไม่ใช่

แค่เงื่อนเวลา ความละเอียดของการบดเมล็ด ชนิดกาแฟ ความเข้มในการคั่ว ความใหม่สด

ของเม็ดกาแฟคั่วอีกที่มีผลต่อรสกาแฟ

             และจะว่าไปกาแฟก็ชงได้หลายแบบ ซึ่งให้รสชาติ แตกต่างกัน เวลาในการชงก็ต่างกัน

                ชงแบบเอสเพรสโซที่เห็นตามร้านสวย ๆ ใช้เครื่องชงราคาแพงนั้น ใช้เวลาไม่ถึง

ครึ่งนาทีเท่านั้นก็ได้กาแฟเข้มข้นหอม ๆ หน้าตาดีมีฟองจับบนผิวหน้ากาแฟออกสีทองสวยงาม

                ชงแบบหยอดหยดน้ำลงผงกาแฟ ไหลผ่านกระดาษกรอง ให้ได้ในเวลาสัก

4-5 นาทีก็ได้กาแฟรสดีเช่นกัน

              หรือจะใช้แก้วชงแบบฝรั่งเศสที่ใช้ก้านตะแกรงกดอัดกาแฟลงก้นถ้วยหลังผ่าน 4

นาที ชงวิธีนี้ว่ากันว่า สะดวก ประหยัด คลาสิก เป็นที่ชื่นชอบของคอกาแฟจำนวนมาก

                บางทีก็นึกไปถึงความรัก การรักใครได้สักคน กว่าเราจะรักกันนั้นต้องใช้เวลา

เท่าไหร่ แต่ละคนก็คงเหมือนกาแฟต่างสายพันธุ์กัน ปลูกที่สูงต่ำ ดูแลดีแค่ไหน ล้วนมี

ผลต่อการเติบโตจนกระทั่ง 'สุกงอม'พอจะเก็บเกี่ยว 

                 เก็บเสร็จต้องเอากาแฟมาล้าง-ตาก คัดแยกสีเปลือกออก ก่อนจะนำมาคั่ว...ให้

ได้ที่ หากเก็บเมล็ดกาแฟดิบไว้ไม่ดีชื้นไป รา ก็ถามหาเอาง่าย ๆ        

                เปรียบกับคนรักสักคน หากไม่เข้าใจซึ่งธรรมชาติของเรา-เขาดีพอ เราจะอยู่กัน

อย่างไรให้เป็นสุข ไม่ต้องเอาแต่หน้าบูดใส่กัน

       เรารักกันด้วยความ 'รู้สึก' แต่กับการอยู่ด้วยกันจะให้ดี มันอาจต้องมี'นิสัย'ที่เข้าใจ

กัน ยอมรับกันได้ และนำไปสู่การให้อภัยกัน ยอมเสียสละให้แก่กันเมื่อจำเป็น

                กับศาสตร์แห่งการชงกาแฟ นั้นช่างละเอียดละเมียดละไม จนกูรูนักชงกาแฟ

ระดับโลกบางคนเคยบอกว่า เรียนกันทั้งชีวิต ก็คงเรียนไม่หมด

                เทียบเคียงกับความรัก สำหรับชายหนุ่มธรรมดาสักคน แล้วเราจะเข้าใจ

หญิงสาวข้างกายได้หมดจดงดงามอย่างไร หากแม้ใจตัวยังไม่รู้ถ้วนถี่เสียด้วยซ้ำ...

              ไม่ต้องเข้าใจ  ตามใจก็พอ อาจารย์ผู้สอนวิชา การแต่งงาน เคยบอกผม

ไว้อย่างนั้นสมัยเรียนมหาลัย

       อาจจะจริงอย่างที่ว่า และถึงแม้เราจะพยายามเข้าใจไปเสียทุกอย่าง มันก็ไม่ได้

หมายความว่าเราจะเห็นดีเห็นงามกับเธอทุกเรื่อง

               แต่ถึงจะดูยุ่งยากซับซ้อนปานใด สำหรับผู้ชายที่ไม่ได้ตั้งหมุดหมาย

ไว้ที่การครองเพศพรหมจรรย์ สตรีเพศก็ยังเป็นที่ถวิลหาของชายหนุ่มอยู่ดี (ถ้าเขา

ไม่เปลี่ยนใจไปเป็นชายเหนือชายเสียก่อน...)

                ผู้หญิงเป็นสิ่งวุ่นวายที่ผู้ชายอยากเจอ…” 

       นี่ก็อีกคำพูดของครู ที่ผมไม่เคยลืม เห็นจะจริง นึกไปถึงเรื่องราวในหนังเกาหลี

“My sassy girl” ที่ดังไปทั่วเมืองเมื่อก่อน นางเอกก็ช่างวุ่นวาย แต่ก็ร้ายได้น่ารัก

ร้ายได้ใจพระเอก (แต่ก็น่วมไปเหมือนกันนะนั่น...)

                แต่ที่เรื่องรักมันยากกว่าชงกาแฟ ก็คงเพราะเรากะไม่ได้ และไม่มีใครบอก

ได้เลยว่าความรักที่ดี ๆ นั้นต้อง ชง นานเท่าใดถึงจะกลมกล่อมพอดี ไม่เคยมีตำราไหน

ใช้ได้จริง

                เราต้องทดลอง ต้องเรียนเอง ชงเอง ชิมเอง

                รักเอง ช้ำเอง เราอวดเก่งจะโทษใคร... (ยืมคำพี่เก้ง-จิระ มะลิกุลมาหน่อย)

                 อันว่ากาแฟนั้นรู้กันว่ามีขมนำ แต่ชิมไปดี ๆ ก็จะรู้ว่าในขมมีเปรี้ยว

และในเปรี้ยวมีหวานในลำคอ ว่ากันว่าถ้าชงนานเกินไป...ก็มักจะติดรสขมหนัก

มากเข้าก็กินไม่ลง

                แล้วรักนั้น...ถ้าถึงขั้นกินกันไม่ลงแล้ว จะให้ทำอย่างไร

  รักช้ำ ๆ ไม่เหมือนกาแฟขมห่วย ที่เสียก็ที้งไปไม่ต้องใยดี กาแฟดำแก้วหนึ่งต้นทุน

อาจไม่ถึงห้าบาท แต่รักนั้นเล่ามีค่าแก่ใจเราเท่าใดกัน

                คิดไป... คงไม่มีประโยชน์ที่จะต้องฝืนอมขมกลืนกันไปให้บาดหมาง

คำพระท่านว่า ทุกสิ่ง มันเปลี่ยนแปลงได้... มันไม่แน่นอนคงไม่ได้เอามาปลอบ

ประโลมใจ แต่น่าจะช่วยให้ได้สติมากกว่า

        ชีวิตเรายังมีวันพรุ่งนี้ อย่างน้อยการรู้จักชงกาแฟสดก็ทำให้วันพรุ่งนี้เรา

ไม่ต้องทนกินแต่เนสกาแฟแต่ถ่ายเดียว แล้วหากเราเจอชนิดกาแฟที่ชอบ ที่ใช่

ได้แล้วล่ะก็ ลองตั้งใจชง...ใหม่ให้ดีเถิด

หากโชคดี เราชงรักได้กลมกล่อมพอดี พอยกดื่มก็คงจะหอมชื่น...ใจไปได้นาน...

 

edit @ 16 Apr 2009 23:33:28 by เขียนเอง

 



edit @ 19 Apr 2009 02:06:35 by เขียนเอง


edit @ 30 Jun 2009 12:48:22 by เขียนเอง